บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บอทน้อย กรุ๊ป ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน “ฟินน์เจนติค” (FINNGENTIC) พลิกโฉมอุตสาหกรรมบริหารหนี้ไทยด้วย AI ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด Intelligent & Responsible Debt Management เผยผลทดสอบจริงเพิ่มอัตราความสำเร็จ (Success Rate) สูงกว่ามนุษย์ถึง 1 เท่าตัว พร้อมเตรียมขยายโซลูชันสู่ระดับสากลภายในไตรมาส 2 ของปีนี้
พลิกวิกฤตหนี้ด้วย AI: ความแม่นยำที่มาพร้อมมนุษยธรรม
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริหารหนี้และข้อกฎหมายของฟินน์ลูชั่น เข้ากับเทคโนโลยี AI ระดับแถวหน้าของบอทน้อย เช่น AI Voice, Conversational AI และ Agentic AI เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่เข้าใจบริบทสังคมไทย โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกหนี้เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรม ไม่ใช่เพียงแค่การเร่งรัดหนี้สิน
เรวดี เกตุแก้ว CEO บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า จากการทดสอบระบบในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา พบว่า AI สามารถเพิ่มอัตราการรับสาย (Call Pickup) จากเดิมที่มนุษย์ทำได้ประมาณ 10% พุ่งสูงขึ้นเป็น 25% และมี Success Rate สูงกว่าการใช้มนุษย์เพียงอย่างเดียวถึงเท่าตัว

“เป้าหมายของเราไม่ใช่การลดเวลาคุยกับลูกหนี้ แต่คือการบริหารหนี้ด้วยความเข้าใจ AI ของเราสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและนำเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ หรือขยายเวลาชำระหนี้ได้ทันที ช่วยให้ลูกหนี้ไม่ต้องตกลงไปในกลุ่มหนี้เสีย (NPL)” เรวดี กล่าว
กลยุทธ์ “Human + AI” ยกระดับประสิทธิภาพ 10 เท่า
ดร.วินน์ วรวุฒิคุณชัย CEO บอทน้อย กรุ๊ป ระบุว่า ฟินน์เจนติคไม่ได้มาเพื่อแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ทรงพลังกว่าเดิม AI จะช่วยวิเคราะห์ช่วงเวลาที่ลูกหนี้สะดวกรับสาย ทำให้การติดต่อแม่นยำและไม่รบกวนลูกหนี้เกินความจำเป็น
การลงทุนใน “ฟินน์เจนติค” ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ตัวเงิน แต่คือการนำองค์ความรู้ที่บอทน้อยพัฒนามานานกว่า 8 ปี ทั้งระบบเสียงธรรมชาติระดับสากลและ Data Science ที่ได้รับการยอมรับจากพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง AWS และ Nvidia มาต่อยอด
ดร.วินน์ เสริมว่า ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ระบบได้ทดลองรันพอร์ตหนี้ระดับเกือบ 1,000 ล้านบาท ซึ่งหาก AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ได้เพียง 1% ก็สร้างมูลค่ากลับมาได้ถึง 10 ล้านบาทแล้ว ทำให้บริษัทมี Traction ที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะขยายตัว (Scale) ได้ด้วยตัวเอง หรือพิจารณาการระดมทุนในอนาคตหากต้องการบุกตลาดโลก
ซึ่ง ดร.วินน์ ตั้งเป้าว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารหนี้ได้ถึง 10 เท่าภายในปีแรก และพร้อมจะนำโมเดลฝีมือคนไทยนี้ขยายไปสู่ระดับ Global

Roadmap สู่สากลและเปิดบริการ Third Party
ฟินน์เจนติคไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้ภายในฟินน์ลูชั่นเท่านั้น แต่มีโมเดลธุรกิจในรูปแบบ Platform as a Service (PaaS) โดยมีแผนดังนี้:
- ไตรมาส 1/2569: ใช้ฟินน์ลูชั่นเป็น Sandbox เพื่อทดสอบและเก็บข้อมูล Success Story
- ไตรมาส 2/2569: พร้อมเปิดให้บริการแก่สถาบันการเงินและหน่วยงานภายนอกที่สนใจ
- เป้าหมายระยะยาว: ขยายซอฟต์แวร์บริหารหนี้ฝีมือคนไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
การเปิดตัวฟินน์เจนติคในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการนำ AI มาสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ระบบการเงินไทย ที่มีความแม่นยำ โปร่งใส และสร้างความยั่งยืนให้แก่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้อย่างแท้จริง
–จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ตั้ง “ดร.จิรัฏฐ์” นั่ง CEO ใหม่ รุกหนักเคมีก่อสร้าง-นวัตกรรมยั่งยืน







