ฮอนด้า นำเสนอเทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่ “Honda Automotive Technology Workshop” สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เตรียมเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020

ฮอนด้า มอเตอร์ เผยทิศทางเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตในงาน “Honda Automotive Technology Workshop” ณ กรุงโตเกียว ชี้ชัดเตรียมส่งเทคโนโลยีใหม่ลงตลาดในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 โดยมีไฮไลต์เด็ดทั้งแพลตฟอร์มไฮบริดใหม่ที่เบาลงถึง 90 กก. และ EV ขนาดเล็กที่มาพร้อม “เกียร์จำลอง” เพื่อคง “ความสนุกในการขับขี่” (Enjoy the Drive) ไว้อย่างครบถ้วน

ฮอนด้าย้ำจุดยืนชัดเจนในการมุ่งสู่ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” และ “ลดอุบัติเหตุเสียชีวิตให้เป็นศูนย์ (Zero Traffic Collision Fatalities) ภายในปี 2050” แต่ในขณะเดียวกัน ก็ประกาศกร้าวว่าจะไม่ทิ้งคุณค่าหลักของแบรนด์ นั่นคือ “ความสนุกในการขับขี่” และปรัชญาการออกแบบ “M/M Concept” (Man Maximum, Machine Minimum)

ฮอนด้าได้เผย 3 เทคโนโลยีหลักที่จะเป็นหัวใจของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ

แพลตฟอร์ม “ไฮบริดขนาดกลาง” เจเนอเรชันใหม่ (เริ่มใช้ 2027)

นี่คือการยกเครื่องแพลตฟอร์มสำหรับรถไฮบริด (HEV) รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โดยมีจุดเด่นที่การ “ลดน้ำหนัก” และ “เพิ่มความสนุก”

  • เบาลง 90 กก.: แพลตฟอร์มใหม่จะมีน้ำหนักลดลงถึง 90 กิโลกรัม เทียบกับรุ่นปัจจุบัน จากการปรับปรุงโครงสร้างและวิศวกรรมใหม่หมดจด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดน้ำมันและความคล่องตัว
  • แชร์อะไหล่ได้ 60%: ใช้การออกแบบแบบโมดูล (Modular) ที่ช่วยให้ใช้ชิ้นส่วนหลักร่วมกันได้ในหลายรุ่น (ตั้งเป้ามากกว่า 60%) ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการพัฒนารถใหม่
  • ขับขี่มั่นใจขึ้น: เพิ่มเทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวใหม่ๆ เช่น Motion Management และ Pitch Control (ที่ต่อยอดจากระบบ Agile Handling Assist ใน Accord และ Prelude) ช่วยควบคุมแรงกดที่ล้อหน้า ทำให้รถยึดเกาะถนนและเข้าโค้งได้มั่นคงและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

ขุมพลัง “ไฮบริดขนาดใหญ่” เจเนอเรชันใหม่ (สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ)

เพื่อตอบสนองตลาดหลักอย่างอเมริกาเหนือที่ยังต้องการรถขนาดใหญ่ (D-segment ขึ้นไป) และมีกำลังลากจูงสูง ฮอนด้ากำลังพัฒนาระบบไฮบริดชุดใหม่ ที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020

  • เครื่องยนต์ V6 ใหม่: หัวใจหลักคือ เครื่องยนต์ V6 ที่พัฒนาขึ้นใหม่หมดจด ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
  • แรงและประหยัด: จับคู่กับชุดขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ใหม่ โดยตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจน เมื่อเทียบกับรถสันดาปในเซกเมนต์เดียวกัน:
    • ประหยัดน้ำมันดีขึ้นกว่า 30%
    • อัตราเร่งดีขึ้นกว่า 10%

“Super-ONE” EV จิ๋ว แต่ “ซิ่ง” สนุกสะใจ ด้วยเกียร์จำลอง 7 สปีด!

ไฮไลต์ที่ขโมยซีนที่สุด คืองานวิศวกรรมเบื้องหลังรถต้นแบบ Super-ONE (ที่เคยโชว์ในงาน Japan Mobility Show 2025) ซึ่งจะถูกผลิตจริงและเริ่มจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในปี 2026 ตามด้วยอังกฤษและเอเชีย ภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER”

นี่คือความพยายามของฮอนด้าในการทำให้ EV ขนาดเล็ก ขับสนุกเหมือนรถสปอร์ตสันดาป!

  • แพลตฟอร์มเบาและเตี้ย: พัฒนาต่อยอดจาก N Series แต่ขยายความกว้าง และติดตั้งแบตเตอรี่แบบบางไว้ใต้ท้องรถ ทำให้ได้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำมาก ตอบสนองฉับไว
  • Boost Mode: ฟังก์ชันเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้มอเตอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ
  • ไม้เด็ด! เกียร์จำลอง 7 สปีด: นี่ไม่ใช่แค่เสียงสังเคราะห์ แต่เป็นระบบที่ทำงานร่วมกับ Active Sound Control เพื่อสร้าง “ฟีลลิ่ง” ของการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม
    • ระบบจะคำนวณรอบเครื่องยนต์จำลองและตำแหน่งเกียร์แบบเรียลไทม์
    • มันสามารถจำลองแรงกระชากจากการ “คิกดาวน์” (Kick-down) เวลาเร่งแซง
    • และยังจำลองอาการ “Fuel Cut” (การตัดการจ่ายเชื้อเพลิง) เวลาถอนคันเร่งในรอบสูง เหมือนขับรถเกียร์ธรรมดา
    • ฮอนด้าเรียกสิ่งนี้ว่าการ “ถ่ายทอดอารมณ์และเอกลักษณ์การขับขี่” จากยุครถสันดาป สู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ

โดยรถรุ่นผลิตจริงจะใช้ชื่อ ‘Super-ONE’ ในญี่ปุ่นและเอเชีย และใช้ชื่อ ‘Super-N’ ในสหราชอาณาจักร

Scroll to Top