รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (HKSAR) ประกาศเปิดตัว “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับแรก (2026-2030)” อย่างเป็นทางการ นับเป็นหมุดหมายเชิงนโยบายครั้งประวัติศาสตร์เพื่อวางทิศทางยุทธศาสตร์ระยะกลางถึงระยะยาว[cite: 1] โดยจัดทำขึ้นสอดรับกับปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประสานทิศทางการพัฒนาร่วมกัน เสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารงานของฝ่ายบริหาร และขับเคลื่อนสังคมฮ่องกงสู่การพัฒนาคุณภาพสูง
จอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดประจำเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน ระบุว่า ช่วงกรอบเวลาปี 2026-2030 นับเป็นหมุดหมายและจังหวะเวลาสำคัญของฮ่องกงในการคว้าโอกาสเพื่อเปลี่ยนผ่านจากภาวะเสถียรภาพไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในสังคม เพื่อสร้างบ้านที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน
แผนพัฒนา 5 ปีฉบับปฐมฤกษ์นี้ กำหนดขึ้นบนพื้นฐานความเป็นจริงของฮ่องกง มุ่งเป้าหมายการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความชัดเจนและเสถียรภาพต่อความคาดหวังของสังคม ตลอดจนปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนทั่วโลก ภายใต้เป้าหมายการสร้างฮ่องกงที่เปิดกว้าง ครอบคลุม เสรี มั่งคั่ง ปลอดภัย และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยง (Super Connector) และผู้สร้างมูลค่าเพิ่ม (Super Value-Adder) ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับนานาชาติ
พลิกฟื้นสู่ความมั่นคงและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เอกสารแผนพัฒนาระบุว่า ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ฮ่องกงก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่านสำคัญจากความไม่สงบสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายหลังการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ การปฏิรูประบบการเลือกตั้งตามหลักการ “ผู้รักชาติบริหารฮ่องกง” และการบัญญัติกฎหมายตามมาตรา 23 ของกฎหมายพื้นฐานผ่านกฎหมายคุ้มครองความมั่นคงแห่งชาติ (Safeguarding National Security Ordinance) ซึ่งช่วยปิดช่องว่างความรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญที่ค้างคามานานถึง 26 ปี 8 เดือน ส่งผลให้โครงสร้างความมั่นคงกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
การฟื้นตัวดังกล่าวสะท้อนผ่านตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและสังคม โดยรายได้จากการทำงานเฉลี่ยระดับมัธยฐานของลูกจ้างเต็มเวลาในปี 2025 ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ภายในรอบ 4 ปี ควบคู่ไปกับความแข็งแกร่งของสถานะศูนย์กลางระหว่างประเทศในมิติต่างๆ
อันดับและความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของฮ่องกง
แผนพัฒนาฯ ได้ระบุถึงสถานะและอันดับระดับนานาชาติในรายงานสำคัญ[cite: 1] ได้แก่:
- ความสามารถในการแข่งขันโดยรวม: ติดอันดับที่ 2 ของโลกจากรายงาน World Competitiveness Yearbook 2026 โดยคว้าอันดับ 1 ของโลกในหมวดกฎหมายธุรกิจและนโยบายภาษี อันดับ 2 ในหมวดการเงิน อันดับ 3 ในหมวดการค้าระหว่างประเทศ การลงทุนระหว่างประเทศ แนวปฏิบัติด้านการจัดการ และการศึกษา รวมถึงอันดับ 4 ในหมวดการคลังสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐาน
- เศรษฐกิจและการค้า: ครองอันดับ 1 เขตเศรษฐกิจที่เสรีที่สุดในโลกจาก Economic Freedom of the World 2025 Annual Report และเป็นหน่วยการค้าสินค้าขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลกในปี 2025
- ศูนย์กลางการเงิน: ติดอันดับ 3 ศูนย์กลางการเงินของโลกและอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Global Financial Centres Index มีนาคม 2026) ครองอันดับ 2 ของโลกในการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 และเป็นศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่งข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในโลกจาก Global Wealth Report 2026
- การเดินเรือและการบิน: อยู่อันดับ 4 ศูนย์กลางการเดินเรือระหว่างประเทศ อันดับ 1 ของโลกด้านปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo Throughput) และอันดับ 8 ด้านจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศในปี 2025 ตลอดจนมีระวางเรือจดทะเบียนสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก
- นวัตกรรมและเทคโนโลยี: ครองอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 4 ของโลกด้านความสามารถทางการแข่งขันทางดิจิทัล ขณะที่กลุ่มคลัสเตอร์นวัตกรรม เซินเจิ้น-ฮ่องกง-กวางโจว ติดอันดับ 1 ของโลกใน Global Innovation Index 2026
- บริการทางกฎหมายและวัฒนธรรม: เป็นสถานที่สำหรับกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 ของโลก และโครงการ Kai Tak Sports Park ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2026 โดยนิตยสาร Time
ยึดหลักการบริหารเพื่อประชาชนและการบูรณาการกับชาติ
การดำเนินงานตามแผน 5 ปี วางอยู่บนหลักการสำคัญ คือ การยึดมั่นในหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และการนำโดยฝ่ายบริหาร (Executive-led System) อย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านที่อยู่อาศัย สาธารณสุข การศึกษา การจ้างงาน และการดูแลผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการเร่งรัดโครงการพัฒนาสำคัญระดับยุทธศาสตร์อย่าง Northern Metropolis เพื่อขยายขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและรองรับการเติบโตในอนาคต
(แฟ้มภาพซินหัว : พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งฮ่องกงในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 29 พ.ค. 2022)







