บริษัทเทคฯ เกาหลีใต้ โชว์นวัตกรรม AI–หุ่นยนต์–โดรน ยกระดับความปลอดภัยและพลังงานอัจฉริยะ ในงาน “K-AI-ROBOT 2026”

บริษัทเทคฯ เกาหลีใต้ โชว์นวัตกรรม AI–หุ่นยนต์–โดรน ยกระดับความปลอดภัยและพลังงานอัจฉริยะ ในงาน “K-AI-ROBOT 2026”

KAR และ KOMIPO จัดงานแถลงข่าว “2026 Robot SME Thailand K-AI-ROBOT” เล็งส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติระหว่างเกาหลีใต้และประเทศไทย ดึงกลุ่ม SME ศักยภาพสูงจากเกาหลีมานำเสนอเทคโนโลยี Physical AI และโซลูชันระบบอัตโนมัติล้ำสมัยที่ครอบคลุมทั้งงานตรวจการณ์และระบบสนับสนุนอุตสาหกรรม

การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างพันธมิตรระหว่างสองประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอัจฉริยะภายใต้ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 รวมถึงการสนับสนุนโครงการ EEC ในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต

บริษัทเทคฯ เกาหลีใต้ โชว์นวัตกรรม AI–หุ่นยนต์–โดรน ยกระดับความปลอดภัยและพลังงานอัจฉริยะ ในงาน “K-AI-ROBOT 2026”

PIOT INC.

PIOT INC. ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยอัตโนมัติจากเกาหลีใต้ นำโดยทีมวิศวกรผู้บุกเบิกจาก LG Electronics ประกาศเดินหน้าบุกตลาดไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มตัว โดยล่าสุดเข้าร่วมคณะผู้แทนธุรกิจซึ่งจัดโดย Korea Midland Power (KOMIPO) ระหว่างวันที่ 12–16 พฤษภาคม เพื่อนำเสนอโซลูชัน “หุ่นยนต์เฝ้าระวังและตรวจการณ์ความปลอดภัย AI” หวังยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในภาคพลังงานและอุตสาหกรรมของไทย

หัวใจสำคัญของหุ่นยนต์จาก PIOT INC. คือการผสานเทคโนโลยี SLAM (Simultaneous Localization and Mapping) เข้ากับ Vision AI Engine ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง ทำให้หุ่นยนต์สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำผ่านระบบ GPS, LiDAR และกล้องในการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง พร้อมปฏิบัติงานตรวจจับอันตราย เช่น เหตุเพลิงไหม้ แก๊สรั่ว หรือการบุกรุกได้แบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ผ่านการพิสูจน์การใช้งานจริงมาแล้วในโรงไฟฟ้าชั้นนำถึง 6 แห่งในเกาหลีใต้

PIOT INC. วางแผนยกระดับหุ่นยนต์จากการเป็นเพียงเครื่องมือมอนิเตอร์ ให้กลายเป็น “Physical AI Device” ผ่านการพัฒนา AI Agent ที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถตัดสินใจและปฏิบัติการตอบโต้สถานการณ์ในที่เกิดเหตุได้ทันที ไม่ใช่แค่การส่งข้อมูลกลับไปยังห้องควบคุมเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ตัวหุ่นยนต์ยังรองรับการปรับแต่งฮาร์ดแวร์ (Customization) ไม่ว่าจะเป็นกล้องตรวจจับความร้อน เซนเซอร์ตรวจวัดแก๊ส หรือลำโพงกระจายเสียง พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 ซึ่งเหมาะสมกับสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรออต โรโบติกส์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากนโยบาย Thailand 4.0 และการเติบโตของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้ไทยเปรียบเสมือนฐานที่มั่นสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทตั้งเป้าส่งมอบโซลูชันความปลอดภัยอัจฉริยะให้กับโรงไฟฟ้า โรงงาน และสมาร์ทแฟคทอรี

สำหรับการรุกตลาดในระยะแรก PIOT INC. มุ่งเน้นการเฟ้นหาพันธมิตรทางธุรกิจ (Agent Partner) ในไทยเพื่อร่วมกันดำเนินโครงการนำร่อง โดยบริษัทพร้อมสนับสนุนด้านเทคนิคและฝึกอบรมวิศวกรท้องถิ่นเพื่อดูแลบริการหลังการขายอย่างครบวงจร และหากโครงการมีขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต บริษัทมีแผนที่จะพิจารณาจัดตั้งสำนักงานและศูนย์วิจัย (R&D Center) ในประเทศไทย เพื่อใช้เป็นสปริงบอร์ดในการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียต่อไป

บริษัทเทคฯ เกาหลีใต้ โชว์นวัตกรรม AI–หุ่นยนต์–โดรน ยกระดับความปลอดภัยและพลังงานอัจฉริยะ ในงาน “K-AI-ROBOT 2026”

MUHA InC

MUHA InC ผู้นำด้านเทคโนโลยี SME จากเกาหลีใต้ โชว์ศักยภาพโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบวินิจฉัยอัจฉริยะ มุ่งเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เน้นความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง

นวัตกรรมไฮไลต์เพื่ออุตสาหกรรมยุคใหม่ หัวใจสำคัญที่ MUHA InC นำมาเสนอในครั้งนี้คือแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพในการผลิต ประกอบด้วย:

  • AI-FSCOP: แพลตฟอร์มวิเคราะห์วิดีโออัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี DeepX NPU และอัลกอริทึม YOLO สามารถตรวจจับเหตุการณ์อันตราย เช่น ไฟไหม้ หรือระบุตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อยหรือมีฝุ่นหนาในโรงงาน
  • TAMES (Thermal AI Management System): ระบบตรวจสอบความสมบูรณ์ของท่อบอยเลอร์ในโรงไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิเพื่อคาดการณ์การสึกหรอหรือการรั่วไหล ช่วยป้องกันการหยุดชะงักของระบบ (Unplanned Shutdown) และยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์
  • IVAS: ระบบเตือนภัยด้วยเสียงอัจฉริยะ แจ้งเตือนความผิดปกติของอุปกรณ์ผ่านจอ LED และเสียงแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานในห้องควบคุมรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที
  • GCS I/O & Relay Diagnostic: อุปกรณ์วินิจฉัยความแม่นยำอัตโนมัติที่ช่วยลดระยะเวลาตรวจสอบระบบจาก 50 นาที เหลือเพียง 10 นาที หรือลดลงกว่า 75% ซึ่งได้รับการรับรองเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมภาครัฐในเกาหลีใต้

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2017 MUHA InC สะสมความเชี่ยวชาญจนได้รับสิทธิบัตรถึง 11 ฉบับ และลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อีก 17 รายการ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลเหรียญเงินจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของหน่วยงานพลังงานชั้นนำอย่าง Korea South-East Electric Power

ตัวแทนจาก MUHA InC เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมนำประสบการณ์และความสำเร็จจากเกาหลีใต้มาต่อยอดในไทย โดยโซลูชันของบริษัทมีความยืดหยุ่นสูง สามารถเชื่อมต่อกับระบบเดิม (Process Monitoring) ที่โรงงานในไทยใช้อยู่ได้ ผ่านการปรับแต่งโดยทีมวิจัยและพัฒนา

นอกเหนือจากภาคพลังงาน เทคโนโลยีของ MUHA InC ยังถูกนำไปใช้ในด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบควบคุมคุณภาพอากาศในสถานีรถไฟใต้ดินกังนัม และระบบพยากรณ์ฝุ่นละออง ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้กับโรงงานอาหาร ห้องเย็น และฟาร์มอัจฉริยะในประเทศไทย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโซลูชัน Smart Factory ระดับโลก

บริษัทเทคฯ เกาหลีใต้ โชว์นวัตกรรม AI–หุ่นยนต์–โดรน ยกระดับความปลอดภัยและพลังงานอัจฉริยะ ในงาน “K-AI-ROBOT 2026”

SKYTECH

SKYTECH (สกายเทค) ผู้นำด้านเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ที่มีประสบการณ์กว่า 8 ปี และกำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ชูโซลูชัน “โดรนและปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ตรวจสอบโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร แก้ปัญหารายได้รั่วไหลสะสมหลักล้านจากแผงโซลาร์เสื่อมสภาพ

จากการวิเคราะห์พบว่าโรงไฟฟ้าขนาด 1.2 เมกะวัตต์ หากขาดการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพ อาจสูญเสียกำลังการผลิตสะสมสูงถึง 12.48% ภายใน 10 ปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 33,860 ดอลลาร์ต่อปี (หรือราว 50 ล้านวอน) ในขณะที่ต้นทุนการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีของ SKYTECH นั้นต่ำกว่ามูลค่าความสูญเสียหลายเท่าตัว ช่วยให้ผู้ประกอบการคืนทุนและสร้างกำไรได้สูงสุด

ความโดดเด่นของ SKYTECH คือระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติ One-stop Service (นวัตกรรมเลขที่ 24273858) ที่ผสานการทำงานของโดรนและภาพถ่ายความร้อน เข้ากับ AI สองรูปแบบหลัก คือ AI ระบุตำแหน่ง ที่สามารถแยกแยะแผงโซลาร์เซลล์ได้ทุกแผ่นแม้ในโครงการขนาดใหญ่ และ AI จำแนกข้อบกพร่อง ที่ตรวจจับปัญหาได้ละเอียด ทั้ง Hotspot, ไดโอดเสีย, เซลล์แตก ไปจนถึงคราบสกปรกจากมูลนก

ระบบนี้ทำงานอัตโนมัติแบบ “One-Button” ตั้งแต่การวางแผนเส้นทางบินด้วยฐานข้อมูล GIS การบินตรวจสอบอัตโนมัติ ไปจนถึงการออกรายงานวิเคราะห์มูลค่าความสูญเสีย ช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานในพื้นที่เข้าถึงยาก เช่น โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar) และเพิ่มความแม่นยำเหนือกว่าการใช้เซ็นเซอร์แบบเดิมที่ติดตั้งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท SKYTECH เปิดเผยว่า ตลาดโซลาร์เซลล์ในไทยมีศักยภาพสูง โดยคาดว่าจะเติบโตจาก 5.5GW เป็น 7.7GW ในปี 2031 การนำเทคโนโลยีที่ได้รับสิทธิบัตรและรางวัลชนะเลิศจากเวที “Bangkok International Intellectual Property, Inventions, Innovation and Technology Exposition” (IPITEx) มาใช้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าไทยให้เทียบเท่าระดับสากล เช่นเดียวกับโครงการในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกาที่บริษัทได้ดำเนินการประสบความสำเร็จมาแล้ว

KLES

บริษัท KLES Inc. นวัตกรรมวิศวกรรมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังระบบ SKYFFOLDING Systems และเทคโนโลยีความปลอดภัย Safety Plus ถูกนำไปติดตั้งใช้งานครอบคลุมโรงไฟฟ้าขนาด 1,000 เมกะวัตต์ (MW) ครบ 100% ในประเทศเกาหลีใต้ มุ่งเป้าลดอุบัติเหตุในงานซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าให้เป็น “ศูนย์”

การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักร (Overhaul) ภายในเตาเผาหรือหม้อไอน้ำ (Boiler) ของโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ถือเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากสภาพหน้างานมีลักษณะเป็นพื้นที่อับอากาศ มืด และมีความสูงเทียบเท่าตึก 33 ชั้น ซึ่งการติดตั้งนั่งร้านแบบเดิมมักมีข้อจำกัดในการตรวจสอบความเสถียรของโครงสร้างและการกระจายน้ำหนักแบบเรียลไทม์

SKYFFOLDING & Safety Plus: คำตอบของความปลอดภัยยุคใหม่

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว KLES ได้พัฒนาระบบนั่งร้านอัจฉริยะที่มาพร้อมระบบ Safety Plus System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบริหารความปลอดภัยแบบบูรณาการ โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:

  • Real-time Monitoring: ตรวจวัดน้ำหนักบรรทุกและการเคลื่อนตัวของโครงสร้างนั่งร้านตลอดเวลาผ่านระบบ Server-Client
  • Safety Plus Viewer: ช่วยให้ผู้ควบคุมงานเห็นสถานะของนั่งร้านและตำแหน่งของผู้ปฏิบัติงานได้ทันทีผ่านหน้าจอ
  • Early Warning System: ตรวจจับความผิดปกติ เช่น น้ำหนักไม่สมดุล การเอียง หรือการขยายตัวของท่อหม้อไอน้ำ พร้อมส่งสัญญาณเตือนทันทีเพื่อป้องกันเหตุก่อนเกิดอุบัติเหตุ
  • Worker Tracking: ระบบติดตามจำนวนผู้ปฏิบัติงาน เพื่อตรวจสอบและยืนยันว่าไม่มีใครตกค้างอยู่ในพื้นที่อันตรายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

ปัจจุบัน เทคโนโลยีของ KLES ได้รับความไว้วางใจอย่างสูง โดยถูกนำไปใช้งานในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาด 500MW กว่า 98% และติดตั้งครบ 100% ในโรงไฟฟ้าขนาด 1,000MW ทั่วประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงโรงไฟฟ้าของเอกชนรายใหญ่

ทั้งนี้ KLES มุ่งมั่นที่จะต่อยอดนวัตกรรม “นั่งร้านอัจฉริยะ” ไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมหนักอื่นๆ ที่ต้องมีการซ่อมบำรุงในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาวอย่างยั่งยืน

การรวมตัวในงาน K-AI-ROBOT 2026 ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการเฟ้นหาพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมวิศวกรไทย รองรับการขยายฐานการผลิตและศูนย์วิจัย (R&D) ในอนาคต เพื่อใช้ไทยเป็นสปริงบอร์ดสู่ตลาดอาเซียนอย่างเต็มตัว

SYNEX ฟอร์มสวย! Q1/69 กำไรพุ่ง 17.6% รับอานิสงส์ AI PC – Solar Cell ดันมาร์จิ้นเข้าใกล้เป้า 4%

Scroll to Top