จาก ‘โลกร้อน’ สู่ ‘โลกเดือด’: ถอดบทเรียน 4 ภาคส่วนในเวทีลูกโลกสีเขียว ชู ‘ชุมชน-ภูมิปัญญา’ ทางรอดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

จาก ‘โลกร้อน’ สู่ ‘โลกเดือด’: ถอดบทเรียน 4 ภาคส่วนในเวทีลูกโลกสีเขียว ชู ‘ชุมชน-ภูมิปัญญา’ ทางรอดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

“ยิ้มสู้เสือ” คือคำตอบจากใจของ พ่อหลวงปรีชา ศิริ ผู้นำชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน จ.เชียงราย เมื่อถูกถามว่ารับมือกับเหตุการณ์ดินโคลนถล่มรุนแรงที่พัดทำลายบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรของชุมชนได้อย่างไร สะท้อนภาพความเข้มแข็งของชุมชนที่ต้องเผชิญหน้ากับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะทวีความรุนแรงและใกล้ตัวกว่าที่เคย

นี่คือหนึ่งในเสียงสะท้อนจากเวทีเสวนาหัวข้อ “การปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ซึ่งจัดขึ้นภายในงานพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 23 ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันลูกโลกสีเขียว และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “ปรับเปลี่ยน เรียนรู้ สู่ความยั่งยืน” เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รวบรวมมุมมองจาก 4 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันหาทางออกและสร้างความพร้อมในวันที่โลกไม่ได้แค่ ‘ร้อน’ แต่กำลัง ‘เดือด’

จาก ‘โลกร้อน’ สู่ ‘โลกเดือด’: ถอดบทเรียน 4 ภาคส่วนในเวทีลูกโลกสีเขียว ชู ‘ชุมชน-ภูมิปัญญา’ ทางรอดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

บทเรียนจากหน้างาน: เมื่อภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัว

พ่อหลวงปรีชาเล่าถึงเหตุการณ์น้ำป่าและดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติและดูแลจิตใจของคนในชุมชน “ถ้าเราร้องไห้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เราต้องยิ้มสู้” คือหลักคิดที่ทำให้ชุมชนสามารถฟื้นตัวและเรียนรู้จากวิกฤต บทเรียนสำคัญคือการผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมในการสังเกตธรรมชาติ เข้ากับข้อมูลพยากรณ์อากาศสมัยใหม่ เพื่อสร้างระบบเตือนภัยของชุมชนเอง

“เราไม่ปฏิเสธวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่ทิ้งภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษสอนมา” พ่อหลวงปรีชากล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า แม้ภัยพิบัติจะรุนแรง แต่น้ำใจจากเพื่อนบ้านและเครือข่ายภายนอกที่หลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือก็ “ไม่เบา” เช่นกัน

ภาพใหญ่ระดับโลก: วิกฤตสามประสานและความเสี่ยงของไทย

ดร.วิจารณ์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ฉายภาพให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญกับ “วิกฤตสามประสาน” (Triple Planetary Crisis) คือ 1) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และ 3) ปัญญามลพิษ ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

“ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้เราจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 1% ของทั้งโลก แต่เรากลับได้รับผลกระทบหนัก” ดร.วิจารณ์เตือน พร้อมชี้ว่า เป้าหมายที่ประชาคมโลกพยายามควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสนั้น ในทางปฏิบัติเราได้ “แตะ” ระดับนั้นไปแล้วชั่วคราวในปีที่ผ่านมา สิ่งนี้ส่งสัญญาณว่าผลกระทบที่รุนแรง เช่น น้ำท่วมสุดขั้ว แล้งจัดยาวนาน และคลื่นความร้อนถึงตาย ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป

“การปลูกป่าไม่ใช่แค่ได้ต้นไม้ แต่เราได้ระบบนิเวศ ความมั่นคงทางอาหาร และแหล่งดูดซับคาร์บอนที่สำคัญ” ดร.วิจารณ์กล่าวเสริมถึง Nature-based Solutions หรือการใช้ธรรมชาติแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทางออกที่ยั่งยืน

จาก ‘โลกร้อน’ สู่ ‘โลกเดือด’: ถอดบทเรียน 4 ภาคส่วนในเวทีลูกโลกสีเขียว ชู ‘ชุมชน-ภูมิปัญญา’ ทางรอดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

กลไกภาครัฐ: จากแผนชาติสู่การปฏิบัติในชุมชน

คุณอุมา ศรีสุข จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ “กรมลดโลกร้อน” กล่าวว่า ภาครัฐตระหนักถึงความเร่งด่วนของปัญหานี้ โดยได้จัดทำ “แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP)” ซึ่งครอบคลุม 6 สาขาหลัก ได้แก่ การจัดการน้ำ, การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร, การท่องเที่ยว, สาธารณสุข, การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์

“เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคโลกร้อนสู่ยุคโลกเดือด การทำงานของหน่วยงานเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป” คุณอุมากล่าวถึงการลงนาม MOU กับ 6 กระทรวงเจ้าภาพหลัก เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อนแผน NAP ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยมีหัวใจสำคัญคือการสนับสนุนให้ชุมชนสามารถจัดทำ “แผนการปรับตัวระดับชุมชน” และเสริมสร้างศักยภาพให้คนในพื้นที่สามารถรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างเท่าทัน

จาก ‘โลกร้อน’ สู่ ‘โลกเดือด’: ถอดบทเรียน 4 ภาคส่วนในเวทีลูกโลกสีเขียว ชู ‘ชุมชน-ภูมิปัญญา’ ทางรอดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ถอดรหัสชุมชนเข้มแข็ง: บทพิสูจน์ 26 ปีลูกโลกสีเขียว

คุณกุลวดี จันทรปาน ผู้จัดการสถาบันลูกโลกสีเขียว ได้ถอดบทเรียนจากผลงานที่ได้รับรางวัลตลอด 26 ปี พบว่า ชุมชนที่สามารถยืนหยัดและฟื้นตัวจากวิกฤตได้ มักมีคุณสมบัติร่วมกัน 5 ประการ คือ 1) ความเข้มแข็งของชุมชนและผู้นำ 2) การเตรียมความพร้อมและมีแผนรับมือ 3) การสร้างวิถีชีวิตและอาชีพที่ยั่งยืน 4) การจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม และ 5) การจัดการองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหา

“เราค้นพบว่าชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการปรับตัว คือชุมชนที่รู้และเข้าใจความเสี่ยงของตัวเอง สามารถประเมินและวางแผนจัดการจากภายในได้ โดยมีภูมิปัญญาและความเชื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ” คุณกุลวดีกล่าว พร้อมยกย่องบทบาทของ “พระสงฆ์” ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นผู้นำการพัฒนาในหลายพื้นที่

เวทีเสวนาครั้งนี้ได้ส่งสารที่ชัดเจนว่า การรับมือกับยุค “โลกเดือด” ไม่สามารถทำแบบแยกส่วนได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน โดยมี “ชุมชน” เป็นหัวใจของการขับเคลื่อน การผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาสังคมไทยให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ไปได้อย่างยั่งยืน

เครือข่ายลูกโลกสีเขียว – ปตท. รวมพลัง “ปรับเปลี่ยน เรียนรู้ สู่ความยั่งยืน” ในพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 23

Scroll to Top