สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งสัญญาณทั้งบวกและลบในเวลาเดียวกัน ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยระหว่างการเดินทางไปยังวอชิงตันว่า สหรัฐฯ ได้รับ “ข่าวดี” เกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน โดยการพูดคุยจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์นี้
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการเจรจาคือการจัดการกับวัสดุจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ระบุว่าหากข้อตกลงบรรลุผล สหรัฐฯ จะร่วมกับอิหร่านในการนำวัสดุเหล่านั้นทั้งหมดกลับมายังสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม แม้จะดูมีความหวัง แต่ทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจไม่ขยายระยะเวลาหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในวันพุธนี้ และจะยังคงมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านไว้ต่อไป โดยคำขู่เรื่องการใช้ปฏิบัติการทางอากาศยังคงเป็นทางเลือกหากการเจรจาล้มเหลว
ความสับสนเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
ประเด็นที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือสถานะของ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมันโลก ซึ่งเกิดความสับสนอย่างหนักตลอดวันศุกร์ที่ผ่านมา:
- ฝั่งสหรัฐฯ: ทรัมป์โพสต์แสดงความยินดีที่อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สัญจรได้ตามปกติ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน
- ฝั่งอิหร่าน: สื่อของทางการอิหร่าน (IRIB) และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกมาโต้แย้งทันควันว่าช่องแคบได้ถูก “ปิดลงอีกครั้ง” เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในการยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ
- สถานการณ์จริง: ข้อมูลจาก Kpler บริษัทติดตามเรือขนส่ง ยืนยันว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากพยายามเดินทางออกจากช่องแคบแต่ต้องวกกลับ เนื่องจากไม่ได้รับอนุมัติจากกองกำลังอิหร่าน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนอย่างรุนแรง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิ่งลงกว่า 10% หลุดระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดเฝ้ารอความชัดเจนว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันสัดส่วน 1 ใน 5 ของโลกจะกลับมาใช้งานได้ถาวรหรือไม่
ในขณะที่การเจรจาระหว่างคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และกลุ่มผู้เจรจาอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้สายตาคนทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่การเจรจาในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพหรือจุดเดือดครั้งใหม่ของสงคราม
ที่มา cnbc
–อิหร่าน ประกาศเปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ รับหยุดยิงอิสราเอล-เลบานอน ฉุดราคาน้ำมันโลกร่วงหนักกว่า 11%







