ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านระหว่างการลงพื้นที่ลาสเวกัส โดยระบุว่าปฏิบัติการทางทหารที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นและคาดว่าจะยุติลงในเร็วๆ นี้ พร้อมยกย่องความแข็งแกร่งของกองทัพสหรัฐฯ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับโลกในภารกิจครั้งนี้
ความเชื่อมั่นของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ หลังจากที่มีการประกาศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 10 วัน ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน
ซึ่งทรัมป์ตั้งเป้าที่จะเชิญนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และประธานาธิบดีโจเซฟ อาวน์ ของเลบานอน เข้าร่วมการเจรจาครั้งสำคัญที่ทำเนียบขาว เพื่อสร้างเงื่อนไขสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและการยอมรับในอธิปไตยของทั้งสองฝ่าย
ในส่วนของความสัมพันธ์กับอิหร่าน ทรัมป์ส่งสัญญาณบวกถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเจรจาแบบเผชิญหน้ากันเป็นรอบที่สองระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์หน้า ท่ามกลางความคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายอาจขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 2 สัปดาห์เพื่อหาทางออกของความขัดแย้งอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตลาดน้ำมันโลกขานรับข่าวนี้อย่างชัดเจน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.44% อยู่ที่ 93.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ลดลง 1.29% อยู่ที่ 98.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน
แม้ว่านักวิเคราะห์จาก ING จะยังคงเตือนเรื่องความตึงเครียดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่อการลำเลียงน้ำมันกว่า 13 ล้านบาร์เรลต่อวันก็ตาม
บทสรุปของสถานการณ์นี้ยังคงขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงชายแดนและสิทธิในการป้องกันตนเองของอิสราเอล
รวมถึงการจับตามองบทบาทของกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอนที่สหรัฐฯ คาดหวังให้รัฐบาลเลบานอนเข้ามาบริหารจัดการเพื่อความสงบสุขในภูมิภาค
–“ทรัมป์” ประกาศความสำเร็จ! อิสราเอล-เลบานอน บรรลุข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน เริ่มเย็นวันพฤหัสบดีนี้







