มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างการเยือนกรุงโรมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ คาดหวังจะได้รับคำตอบจากอิหร่านภายในวันนี้ เกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อยุติสงครามและเข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างจริงจัง หลังจากที่มีรายงานว่าทั้งสองประเทศใกล้บรรลุบันทึกความเข้าใจ (MoU) 14 จุด เพื่อยุติความขัดแย้งและรื้อฟื้นการเจรจาโครงการนิวเคลียร์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงมีความสับสน แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้ โดยระบุว่าเหตุปะทะที่เกิดขึ้นเป็นเพียง “การทักทายเบาๆ” (Love tap) แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันติดธงอิหร่าน 2 ลำในอ่าวโอมาน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เข้าเทียบท่าซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการปิดล้อมทางทะเล
รูบิโอ ยังแสดงความกังวลต่อรายงานที่ว่าอิหร่านพยายามจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อควบคุมการจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้” เนื่องจากช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันดิบราว 1 ใน 5 ของโลก
วิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางพลังงานระดับโลก โดยทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่านี่คือภัยคุกคามด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งผลจากการสกัดกั้นการเดินเรือบรรทุกน้ำมันอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นและกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
แม้จะมีการเผชิญหน้าทางทหารเกิดขึ้นเป็นระยะตลอดสัปดาห์นี้ แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงรอคอยท่าทีอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ซึ่งสื่อรัฐบาลอิหร่านระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อความจากสหรัฐฯ ผ่านคนกลางคือปากีสถาน และคาดว่าจะมีการตัดสินใจในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าสถานการณ์จะมุ่งหน้าสู่การเจรจาสันติภาพหรือความขัดแย้งที่บานปลายยิ่งขึ้น
–“ทรัมป์” ขู่บอมบ์อิหร่านหนักกว่าเดิม! หากดีลสันติภาพล่ม ทั่วโลกลุ้นยุติสงครามใน 48 ชม.







