นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ICAO-EASA Forum on Civil Aviation in South East Asia พร้อมกล่าวว่า การประชุมวันนี้ เน้น 4 ประเด็นหลัก คือ การขยายตัวของตลาดการบินในภูมิภาคที่พบว่ามีอัตราการเติบโตต่อเนื่องระยะ 20 ปีที่ระดับ 5-6% ในกลุ่มของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ 7% ในกลุ่มของเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ EASA ได้เสนอความสนใจในการสร้างตลาดร่วมระหว่างตลาดการบินยุโรป และ อาเซียน ซึ่งขณะนี้ในส่วนของประเทศไทยมีความพร้อม แต่ยังมีบางประเทศในอาเซียนที่ยังไม่พร้อม ซึ่งในส่วนของไทย ได้มีการเตรียมความพร้อมศักยภาพของสนามบินอู่ตะเภา รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบ ทั้งขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในระดับ 60 ล้านคนต่อปี ในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ใน 20 ปีข้างหน้าความสามารถในการรองรับผู้โดยสารทั้ง 3 สนามบินหลักของไทย (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา) อยู่ที่ระดับ 190- 200 ล้านคนต่อปี รวมถึงการเตรียมศูนย์ซ่อมบำรุง และการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการพูดถึงการเตรียมเทคโนโลยีจัดการจราจรทางอากาศที่หนาแน่น การพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยในระบบไซเบอร์ (ไซเบอร์ ซิเคียวริตี้) ในอุตสาหกรรมการบิน และเรื่องกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ของอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยหารือทั้งในมุมของโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจหลังพบว่ามีบางประเทศในยุโรปได้พัฒนาให้โดรนสามารถขนส่งผู้โดยสารได้ และพิจารณาถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ไปพร้อมกัน
สำหรับประเด็นที่การบินไทย เสนอขอจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 23 ลำ วงเงินกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเสนอพิจารณาในที่ประชุม คนร. วันนี้ นายอาคม กล่าวว่า การบินไทยมีความจำเป็นต้องจัดหาเครื่องบินใหม่มาทดแทน เครื่องเก่าที่จะปลดระวาง ขณะเดียวกันโอกาสในการขยายเส้นทางบิน สร้างรายได้ให้กับการบินไทยยังมีอยู่มาก แต่เครื่องที่มีในฝูงบินไม่เพียงพอ แต่ทั้งนี้ ทางสศช.ได้ท้วงติงมาให้การบินไทย ไปทำแผนใหม่ ให้การจัดหาเครื่องบินสอดรับกับฐานะทางการเงินของบริษัทด้วย ส่วนจะดำเนินการอย่างไร ให้การบินไทยไปดำเนินการ แล้วส่งกลับมาที่ กระทรวงเพื่อพิจารณาอีกครั้งก่อนที่จะเสนอต่อไปยัง ครม.พิจารณาต่อไป



