ไทยแอร์เอเชีย หนุนอาเซียน ทำซิงเกิ้ลวีซ่า หวังการท่องเที่ยวเติบโตก้าวกระโดด 3-4 เท่าตัว ระยะสั้นเสนอการเปิดเมืองรองเป็นฮับการบินแบ่งเบาภาระสนามบินหลัก ด้านวิทยุการบิน ชูไทยเป็นผู้นำการวางแผนแม่บท และวางแนวทางการทำงานร่วมระหว่างอาเซียนรองรับการเปิดตลาดการบินร่วมซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจการบินคึกคัก และการแข่งขันทางการบินรุนแรงขึ้น
งานเสวนาระดมความเห็นหัวข้อ “Advancing Single Aviation Market (ASAM)” The Seamless Asean Skies” จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลเชิงลึกในธุรกิจการบินในการปรับตัวและรับมือกับการเปิดตลาดการบินร่วมอาเซียน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารสายการบิน และผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในเวทีนี้
รศ. สิรี ชัยเสรี รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า เนื้อหาในการเสวนาครั้งนี้จะถูกรวบรวมไปนำเสนอในที่ประชุมรัฐมนตรีด้านการขนส่งอาเซียน (ATM) และ การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านคมนาคม (STROM) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมต่อไป
นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การเป็นตลาดร่วมการบินของอาเซียน จะส่งผลให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่จะมีผู้ให้บริการต่างชาติเข้ามาดำเนินการ ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องมีความพร้อม และการจะผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำในตลาดร่วมการบินของอาเซียน จำเป็นต้องสร้างแพลตฟอร์มและแนวทางการทำงานร่วม หรือ ASean ATM Master Plan ซึ่งจะเป็นโอกาสของประเทศไทย เนื่องจากแต่ละประเทศในอาเซียนมีศักยภาพไม่เท่ากัน ทั้งนี้มองว่าการเป็นตลาดร่วมการบิน จะให้โอกาสกับอาเซียน โดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจการบิน ผลักดันโอกาสทางด้านการท่องเที่ยว และสร้างความท้าทายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินที่จะขยายเป็น 2 ล้านเที่ยวบินในอีก 10 ปีข้างหน้า และเพิ่มเป็น 3 ล้านเที่ยวบินในอีก 20 ปี แต่ในปีนี้เที่ยวบินที่เดินทางเข้าไทย มีมากกว่า 1.1 ล้านเที่ยวบินก็ถือว่าแน่นมากแล้ว ทั้งนี้ วิทยุการบินได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาจากอังกฤษ เข้ามาประเมินขีดความสามารถของสนามบินและปริมาณเที่ยวบินที่จะเติบโตขึ้นเพื่อเตรียมการรับมือ โดยคาดว่าผลการศึกษาจะส่งมาได้ภายในปลายปีนี้จากนั้นจะส่งรายงานนี้ให้กับกระทรวงคมนาคม และนำเข้าที่ประชุม ครม. ต่อไป

นางศศิศุภา สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานยุทธศาสตร์) บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจท่าอากาศยานได้รับอานิสงค์จากการเป็นตลาดร่วมน่านฟ้าอาเซียน ส่งผลให้การท่องเที่ยวเติบโต และมีนักท่องเที่ยวใช้บริการท่าอากาศยานของไทยมากขึ้น โดยยอมรับว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ทอท. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารทำได้ล่าช้ากว่าการขยายตัวของนักท่องเที่ยวจากหลายปัจจัย แต่เชื่อว่าโอกาสที่จะเป็นศูนย์กลางการบินของอาเซียนไม่ไกลเกินฝัน เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ และ ทอท.จะผลักดันให้เกิดธุรกิจเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมในท่าอากาศยาน
ด้านนายกฤตพล ฉันทฤธานนท์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารพันธมิตรการบินและกลยุทธ์การพาณิชย์การบินไทย ยอมรับว่า การเป็นตลาดร่วมการบินอาเซียน จะทำให้ตลาดโตขึ้น และมีการแข่งขันสูงขึ้น ผู้ประกอบการแต่ละรายต้องปรับตัว สิ่งแรกคือการเตรียมพร้อมฝูงบินให้เชื่อมโยงสร้างประโยชน์ให้สูงสุด เชื่อมโยงเครือข่าย ในประเทศ ภูมิภาค และ ข้ามทวีป ที่สำคัญปัจจุบันศูนย์กลางการบินปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ กทม.เท่านั้น ในภูมิภาคก็สามารถเป็นเกตเวย์ เชื่อมต่อกับอาเซียนได้ นอกจากนี้ ตารางการบินต้องสอดคล้องเชื่อมโยงกัน เพื่อให้ไทยเป็นจุดเชื่อมต่อ ถ่ายเทผู้โดยสารระหว่างสายการบินต่าง ๆ ได้ และต้องเตรียมพร้อมพัฒนาจุดบินรองในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้รองรับการเชื่อมโยงเมืองหลักสู่เมืองรอง เมืองรองสู่เมืองรอง และเมืองรองสู่ต่างประเทศ พยายามพัฒนาเส้นทางบินจากเมืองท่องเที่ยวหลัก สู่ต่างประเทศ
ส่วนการแข่งขันด้านการบินในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นมากในทุกมิติ แต่ละสายการบินทั้งฟูลเซอร์วิส และ โลว์คอส มีจุดเด่นต่างกัน ทุกสายการบินมีโอกาสทัดเทียมกัน ซึ่งต้องมีความพร้อม และต้องปรับตัว
00000



