กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีฯ ผนึกกำลัง ลอรีอัล ประเทศไทย สานต่อโครงการ “Beauty for a Better Life” ระยะที่ 2 ยกระดับทักษะอาชีพเสริมสวยให้สตรีและกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ มุ่งสร้างรายได้จริงและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ หลังเฟสแรกสำเร็จเกินคาด ผู้เข้าอบรมกว่า 70% มีอาชีพมั่นคง
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จโครงการ “Beauty for a Better Life” (สอนทักษะอาชีพเสริมสวยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต) ระยะที่ 1 พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนระยะที่ 2 เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาและอาชีพด้านความงามให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
จตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานระยะที่ 1 ตั้งแต่ปี 2566 สร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์โดยมีผู้ผ่านการอบรมกว่า 600 คน และมากกว่า 70% สามารถนำทักษะไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้เลี้ยงดูครัวเรือนได้จริง โดยปัจจุบันมีการฝึกอบรมในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว 6 จังหวัด และเตรียมขยายผลให้ครอบคลุมพื้นที่อื่นๆ ในระยะที่ 2
โครงการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากรายงาน Global Gender Gap Report 2025 ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 66 ของโลก ซึ่งยังคงมีช่องว่างระหว่างเพศ โดยเฉพาะด้านโอกาสทางเศรษฐกิจ การเสริมสร้างทักษะอาชีพจึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้สตรีพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ด้าน อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นพันธกิจระดับโลกภายใต้มูลนิธิลอรีอัล ที่มุ่งใช้ “ความงาม” เป็นเครื่องมือเปลี่ยนชีวิตผู้หญิง ภายใต้โปรแกรมความยั่งยืน “L’Oréal For The Future” ซึ่งตั้งเป้าช่วยเหลือสตรีและกลุ่มเปราะบาง 1 แสนคนทั่วโลกภายในปี 2030
สำหรับแผนดำเนินงานระยะที่ 2 ในประเทศไทย ลอรีอัลตั้งเป้าขยายจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการให้ครบ 1,500 คน ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยจะเน้นการพัฒนาทักษะวิชาชีพควบคู่กับทักษะชีวิต (Soft Skills) รวมถึงสนับสนุนผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างกำลังแรงงานที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมความงามยุคใหม่
“Beauty for a Better Life” ไม่เพียงแต่เป็นการฝึกทักษะอาชีพ แต่ยังเป็นโมเดลต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้าง “สังคมแห่งโอกาส” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและลดช่องว่างทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
–“ศุภจี” ชูกลยุทธ์ “อุปสงค์นำอุปทาน” รับมือทุเรียนทะลัก มั่นใจราคาหน้าสวนยังพุ่ง







