HORGA พลิกโฉม PropTech ทรานส์ฟอร์มแบรนด์สู่ Real Estate Innovation วางเป้าลุยอินเตอร์-เข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 5 ปี

HORGA พลิกโฉม PropTech ทรานส์ฟอร์มแบรนด์สู่ Real Estate Innovation วางเป้าลุยอินเตอร์-เข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 5 ปี

Horganice แพลตฟอร์มบริหารจัดการหอพักและอพาร์ตเมนต์ของเมืองไทย ประกาศก้าวสำคัญในโอกาสครบรอบ 10 ปี ด้วยการรีแบรนด์องค์กรครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อใหม่ “HORGA” พร้อมปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ สู่การเป็น “Real Estate Innovation Company” เพื่อส่งมอบนวัตกรรมขั้นสูงและโซลูชันที่ครอบคลุมสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่า ยกระดับการเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยี AI และโมเดลธุรกิจใหม่

เปิด 3 เหตุผลเบื้องหลังการรีแบรนด์ และกลยุทธ์รวมบริการภายใต้ร่มเงาเดียว

ธนวิชญ์ ต้นกันยา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด ได้เปิดเผยถึงเบื้องลึกของการตัดสินใจรีแบรนด์ในครั้งนี้ว่า ประกอบด้วย 3 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่

  • Internal Transformation: การปลุกพลังทีมงานภายในองค์กร (Re-DNA) ให้ตื่นตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • Repositioning: การเปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่เป็นเพียงแพลตฟอร์มจัดการหอพัก สู่การเป็น “Innovation Partner” หรือคู่คิดด้านนวัตกรรมที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพความสำเร็จให้กับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
  • Product Consolidation: การรวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ซึ่งเคยแยกแบรนด์กันก่อนหน้านี้ เข้ามาอยู่ภายใต้ร่มใหญ่ (Umbrella Brand) เดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค New Economy และช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มในเครือทั้งหมดจะได้รับการเปลี่ยนชื่อและโฉมใหม่ตามแผนงาน ดังนี้

  • Horganice เปลี่ยนเป็น Hoga Apartment (ระบบจัดการอพาร์ตเมนต์)
  • Horganice App สำหรับลูกบ้าน เปลี่ยนเป็น Hoga Living
  • Market Pro เปลี่ยนเป็น Hoga Market (ระบบจัดการตลาด)
  • ระบบสำหรับพ่อค้าแม่ค้า เปลี่ยนเป็น Hoga Merchant
HORGA พลิกโฉม PropTech ทรานส์ฟอร์มแบรนด์สู่ Real Estate Innovation วางเป้าลุยอินเตอร์-เข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 5 ปี

ชูจุดแข็งฐานดาต้า 10 ปี ปฏิวัติระบบสู่ “Autonomous Operation” ขับเคลื่อนด้วย AI

จากจุดเริ่มต้นที่พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาหอพักของครอบครัว จนสามารถลดเวลาการทำงานของเจ้าของหอพักจาก 15 วัน เหลือเพียงไม่ถึง 5 นาที ปัจจุบัน HORGA มีฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาด โดยดูแลหอพักและอพาร์ตเมนต์รวมกว่า 27,000 แห่ง (คิดเป็น 1,600,000 ห้อง) ดูแลลูกบ้านกว่า 1,300,000 คน และบริหารจัดการกระแสเงินสดรวมกว่า 2,000,000 ล้านบาท

จากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึก (Data) และพฤติกรรมผู้เช่ามายาวนานกว่าทศวรรษ HORGA กำลังขับเคลื่อนนวัตกรรมใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่

  • Autonomous Operation Innovation: เปลี่ยนผ่านจากระบบซอฟต์แวร์ที่ต้องรอคนสั่งการ (SaaS) ไปสู่ระบบที่สามารถทำงานและคิดแทนได้เองโดยอัตโนมัติผ่านเทคโนโลยี AI เช่น การใช้ AI ช่วยคัดกรองพนักงานและผู้เช่า (Pre-screen) รวมถึงระบบตอบกลับอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มอัตราการปิดการขาย (Conversion Rate) บนออนไลน์ได้ 100% โดยไม่ต้องเดินไปดูห้องจริง ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ในยุคที่ความเร็วในการตอบสนอง (Response Time) คือกุญแจสำคัญในการปิดการขาย
  • PropTech Financial Innovation: จากสถิติพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการใช้เงินสดมาเป็นการโอนเงินออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 2017 เป็น 72% ในปัจจุบัน HORGA จึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมทางการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่าและกลุ่มธุรกิจตลาดสดค้าส่ง
  • Sustainability & Green Innovation: การนำดาต้าจากการติดตั้งดิจิทัลมิเตอร์ในโครงการต่างๆ มาคำนวณและคาดการณ์ความคุ้มค่าในการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ระบบเตือนภัยน้ำรั่วซึม และการรองรับจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger)
  • Living Intelligence Innovation: นำข้อมูลการแจ้งซ่อมและบริการต่างๆ ของลูกบ้านกว่า 500,000 ครั้ง มาวิเคราะห์และวางแผนการซ่อมบำรุงอาคารล่วงหน้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ชาญฉลาด
HORGA พลิกโฉม PropTech ทรานส์ฟอร์มแบรนด์สู่ Real Estate Innovation วางเป้าลุยอินเตอร์-เข้าตลาดหลักทรัพย์ใน 5 ปี

ปักหมุด Sandbox สปป.ลาว รับเทรนด์ “Rent is the New Buy”

นอกจากฝั่งหอพักแล้ว HORGA ยังประสบความสำเร็จในการนำแพลตฟอร์มไปทรานส์ฟอร์มระบบการจัดการตลาดสด โดยปัจจุบันดูแลแผงค้ากว่า 35,000 แผง ใน 60 ตลาดทั่วประเทศ รวมถึง “ตลาดไท” ซึ่งเป็นตลาดกลางค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยบริษัทมุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มตลาดกลางค้าส่งที่มีศักยภาพสูงซึ่งมีอยู่ 17 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับทิศทางธุรกิจในอนาคต บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่เปลี่ยนจาก “การซื้อ” มาเป็นการ “เช่าอสังหาริมทรัพย์” (Rent is the New Buy) เนื่องจากการทำงานที่ยืดหยุ่นและการไม่อยากปักหลักถาวร ส่งผลให้ความต้องการเช่าหอพักและอพาร์ตเมนต์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดันให้ราคาค่าเช่าเฉลี่ยในระบบขยับตัวสูงขึ้นประมาณ 20-30% อยู่ที่ราว 3,800 – 4,000 บาทต่อห้อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีกำไรสุทธิที่ดีขึ้น

HORGA ได้จัดสรรงบประมาณออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และทีมงาน, การลงทุนในโมเดลธุรกิจใหม่ (New Business Model) เช่น การจับมือกับพันธมิตรเปลี่ยนห้องว่างในอพาร์ตเมนต์มาทำเป็นห้องพักรายวันซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับตึกต้นแบบถึง 40% และส่วนสุดท้ายคือการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

โดยบริษัทได้เลือก สปป.ลาว เป็นประเทศแรกในการเปิดลานทดลองเทคโนโลยี (Sandbox) เนื่องจากมีพฤติกรรมผู้บริโภคและภาษาที่ใกล้เคียงกับไทย ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าร่วมทดสอบระบบแล้ว 2-3 ราย และอยู่ระหว่างการพิจารณาโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมในการขยายผลต่อไป

ก้าวสู่ New S-Curve วางเป้ามูลค่าบริษัทแตะพันล้านบาท เตรียมตัว IPO เข้าตลาด mai

จากผลประกอบการในปีที่ผ่านมา HORGA มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 30-40 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 30% ต่อปี อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนในอดีตที่เคยเติบโตสูงถึง 5 เท่า บริษัทจึงได้เดินหน้าสรรหา New S-Curve ใหม่ๆ ผ่านการรีแบรนด์และนวัตกรรมในครั้งนี้ โดยตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้าจะผลักดันรายได้ให้ทะลุ 100 ล้านบาท และภายใน 5-7 ปี ตั้งเป้าหมายนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยคาดหวังมูลค่าบริษัท (Market Capitalization) แตะระดับ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งบริษัทไม่ได้ปิดโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและดูแลลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

เซ็นทรัล พาร์ค ปั้น ‘Urban Lifestyle Ecosystem’ ดึง ZARA เปิด Duplex Concept Store ใหญ่กว่า 2,000 ตร.ม. ใจกลางกรุงเทพฯ

Scroll to Top