เจแอลแอล (JLL) เผยบทวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568 ชี้ชัด “ดาต้าเซ็นเตอร์” ก้าวขึ้นเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุด จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นและบทบาทของไทยในการเป็นฮับดิจิทัล ขณะที่อสังหาฯ อุตสาหกรรมยังคงรักษาความแข็งแกร่งต่อเนื่องไปถึงปี 2569
ตลาดการลงทุน: ดาต้าเซ็นเตอร์นำทัพ, อุตสาหกรรมเติบโตมั่นคง
ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ดาต้าเซ็นเตอร์ กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่เติบโตแข็งแกร่งที่สุดในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของผู้ให้บริการคลาวด์ โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI และความสนใจจากนักลงทุนระดับภูมิภาคที่มองเห็นศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางดิจิทัล
กฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็น “ดาวเด่นของปี 2568” ด้วยแรงหนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากวงจรระยะสั้น และคาดการณ์ว่าในปี 2569 อสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมและคลังสินค้า จะยังคงทำผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง ด้วยความต้องการด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งและการขยายตัวของผู้ผลิตจากต่างประเทศ
ภาคธุรกิจโรงแรม: การแข่งขันสูงขึ้น นักลงทุนเน้น ‘คัดเลือก’
ตลาดโรงแรมไทยมีการซื้อขายชะลอตัวลง เนื่องจากอัตราการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ช้ากว่าที่คาดการณ์ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม ทำให้นักลงทุนมีความพิถีพิถันมากขึ้น โดยมุ่งเน้นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการ ปรับโฉมใหม่ (Renovation) ทำเลในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลัก รวมถึงโอกาสในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
พิมพ์พะงา ยมจินดา รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการลงทุนซื้อขายภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริการการลงทุนด้านโรงแรม ชี้ว่านักลงทุนยังคงมองหาโอกาส แต่เน้นปัจจัยสำคัญที่แตกต่างจากปีก่อน ทั้งทำเล โปรไฟล์สินทรัพย์ และศักยภาพในการเพิ่มมูลค่า
การบริหารทรัพย์สิน: เทคโนโลยีและ ESG คือหัวใจของการสร้างมูลค่า
การบริหารจัดการอาคารมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย เทคโนโลยี ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพบริการอย่างรวดเร็ว
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์ หัวหน้าสายงานธุรกิจบริหารอาคาร ระบุว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 15–20% นอกจากนี้ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ได้ก้าวข้ามจากการเป็นนโยบายไปสู่ มาตรฐานการปฏิบัติงาน ที่ต้องมีการวัดผลที่เป็นรูปธรรมในการประเมินประสิทธิภาพของอาคาร ตลอดจน ประสบการณ์ผู้เช่า (Tenant Experience) ที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาผู้เช่าในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ตลาดสำนักงาน: “Flight to Quality” และความยืดหยุ่นยังเป็นเทรนด์หลัก
ตลาดสำนักงานยังคงเป็น ตลาดที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้เช่า (Tenant-Favorable Market) โดดเด่นด้วยกระแส “Flight to Quality” หรือการย้ายเข้าสู่ตึกสำนักงานที่มีมาตรฐานสูงและมีความยั่งยืน โดยพื้นที่สำนักงานถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่สำคัญต่อการดึงดูดบุคลากรและสะท้อนภาพลักษณ์ด้าน ESG และ DEI (Diversity, Equity and Inclusion)
ธนานันต์ เรืองวีรวิชญ์ หัวหน้าสายงานบริการ ตัวแทนด้านการเช่าอาคารสำนักงาน เผยว่า องค์กรธุรกิจมีการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับการทำงานแบบ ไฮบริด (Hybrid Work) และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ (Space Efficiency) ขึ้น 10–30% ขณะที่เจ้าของอาคารมีการนำเสนอบริการแบบครบวงจร (Turnkey Solutions) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย (CAPEX) ในการย้ายเข้าของผู้เช่า
บทสรุป: ความยืดหยุ่นและนวัตกรรมคือกลยุทธ์สำคัญสำหรับปี 2569
อนาวิล เจียมประเสริฐ หัวหน้าแผนกบริการงานวิจัยและให้คำปรึกษา สรุปว่า ในปี 2569 ความผันผวนของตลาดจะผลักดันให้นักลงทุนและผู้พัฒนาต้องใช้ ความยืดหยุ่น (Flexibility) ในการวางกลยุทธ์ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพทรัพย์สิน การปรับโฉม หรือการปรับเปลี่ยนการใช้งานอาคาร (Asset Enhancement/Repositioning) จะมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อสร้างความโดดเด่นและรักษาการเติบโตในตลาดอสังหาริมทรัพย์หลัก







