LGT ทุบสถิติกำไรพุ่ง 25% สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ปี 2568 พร้อมกางแผนรุกตลาดโลก-ดิจิทัลเต็มสูบ

LGT ทุบสถิติกำไรพุ่ง 25% สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ปี 2568 พร้อมกางแผนรุกตลาดโลก-ดิจิทัลเต็มสูบ

LGT กลุ่มธุรกิจไพรเวทแบงกิ้งและบริหารสินทรัพย์ของราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ ประกาศผลประกอบการปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ โชว์กำไรสุทธิพุ่งแตะ 445.6 ล้านฟรังก์สวิส อานิสงส์จากการควบรวมกิจการในออสเตรเลียและกิจกรรมการลงทุนที่คึกคัก พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ AI และการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น

ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก LGT ยังคงรักษาการเติบโตอย่างมีวินัย โดยรายงานรายได้จากการดำเนินงานรวมปี 2568 อยู่ที่ 2.90 พันล้านฟรังก์สวิส เพิ่มขึ้น 9% ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

เจาะลึกโครงสร้างรายได้และการเติบโต

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้มาจากค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งเพิ่มขึ้น 12% สู่ระดับ 1.97 พันล้านฟรังก์สวิส โดยมีแรงหนุนจากการเข้าซื้อธุรกิจ Private Advice จาก Commonwealth Bank of Australia ที่เริ่มรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ทำให้กิจกรรมการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับลดลง 12% ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางก็ตาม

ด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน LGT สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างโดดเด่น โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-Income Ratio) ปรับลดลงเหลือ 76.8% (จาก 78.0% ในปีก่อน) ขณะที่ฐานะทางการเงินยังคงความแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนเงินกองทุน CET1 ที่ 19.2% พร้อมสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง

สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ทะยานสู่ 3.86 แสนล้านฟรังก์สวิส

ณ สิ้นปี 2568 สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของกลุ่มพุ่งแตะ 386.1 พันล้านฟรังก์สวิส เพิ่มขึ้น 5% โดยได้รับอิทธิพลจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่:

  • เงินลงทุนสุทธิใหม่ (Net New Money): ไหลเข้ากว่า 11.4 พันล้านฟรังก์สวิส ทั้งจากกลุ่ม Private Banking และ Asset Management
  • การควบรวมกิจการ: สินทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก 2.9 พันล้านฟรังก์สวิสจากการขยายฐานในออสเตรเลีย
  • ผลตอบแทนตลาด: การดำเนินงานของตลาดการเงินที่แข็งแกร่งช่วยหนุนมูลค่าสินทรัพย์ แม้จะถูกกดดันบางส่วนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ผันผวน

ยุทธศาสตร์ปี 2569: ปักหมุดเยอรมนี-สิงคโปร์ และนวัตกรรม AI

LGT เตรียมขยายอิทธิพลในยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดสำนักงานแห่งใหม่ในเมืองมิวนิก ช่วงต้นปี 2569 เพื่อให้ครอบคลุมเมืองหลักด้านไพรเวทแบงกิ้งในเยอรมนี ควบคู่ไปกับการเปิดสำนักงาน LGT Capital Partners ในสิงคโปร์เพื่อรุกตลาดเอเชีย

เจ้าชายแมกซ์ ฟอน อุนด์ ซู ลิกเตนสไตน์ ประธาน LGT ระบุว่า ผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมนี้คือเครื่องพิสูจน์ถึงกลยุทธ์ระยะยาวในฐานะธุรกิจครอบครัว โดยในอนาคต LGT จะมุ่งเน้นการลงทุนใน 3 ด้านหลัก คือ พัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการให้คำปรึกษาด้านการถ่ายโอนความมั่งคั่งระหว่างรุ่น (Intergenerational Wealth Transfer) เพื่อสร้างความไว้วางใจที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

เซ็นทรัลพัฒนา กางแผน 5 ปี ทุ่ม 1.1 แสนล้าน พร้อมปักหมุด ‘รังสิต’ เมืองใหม่ พื้นที่ 750 ไร่

Scroll to Top