AIS เผยผลลัพธ์แคมเปญ ‘สัญญาณยืดเวลาโลก’ ดึงพลังคนไทยร่วมมือจัดการ E-Waste กว่า 1.2 ล้านชิ้น

AIS เผยผลลัพธ์แคมเปญ 'สัญญาณยืดเวลาโลก' ดึงพลังคนไทยร่วมมือจัดการ E-Waste กว่า 1.2 ล้านชิ้น

เอไอเอส (AIS) ในฐานะผู้นำด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ด้วยการเปิดเผยผลลัพธ์ที่น่าทึ่งจากแคมเปญ “สัญญาณยืดเวลาโลก” เนื่องในโอกาสวันขยะอิเล็กทรอนิกส์สากล (International E-Waste Day) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา

จากความร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 250 องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ แคมเปญนี้สามารถรวบรวมขยะ E-Waste เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธีได้ถึง 1,212,272 ชิ้น โดยเป็นไปตามแนวทางรีไซเคิลแบบ Zero E-Waste to Landfill หรือการไม่ส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปฝังกลบเลยแม้แต่น้อย

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “เอไอเอสมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย หรือ HUB of E-Waste เพื่อขับเคลื่อนภารกิจ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ อย่างต่อเนื่อง และเมื่อโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงวิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์ เราจึงต้องร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อเปลี่ยนขยะเหล่านี้ให้กลายเป็นพลังในการยืดเวลาให้โลกน่าอยู่กับเราได้นานขึ้น”

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแค่ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 556,573 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึง 46,380 ต้น เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในงานยังมีการจัดกิจกรรม “มาทิ้ง E-Waste” เพื่อเชิญชวนประชาชนและลูกค้าให้ตระหนักถึงความสำคัญของการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกวิธี พร้อมอำนวยความสะดวกด้วยบริการจากไปรษณีย์ไทยที่เข้ามารับขยะถึงที่ เพื่อส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างครบวงจร

เอไอเอสยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าภารกิจการจัดการ E-Waste อย่างต่อเนื่อง และหวังว่าในอนาคตประเทศไทยจะมีการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชน และขับเคลื่อนสังคมให้เข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างแท้จริง

ร่วมติดตามภารกิจยืดเวลาโลก และร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจในการดูแลโลกของเราไปด้วยกัน ได้ที่ facebook.com/ais.sustainability

เสียงตอบรับล้นหลาม “พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน” ของ กฟผ.

Scroll to Top