ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผนึกบิ๊กพลังงานไทย เร่งเครื่องสู่ Net Zero 2050 ชูเทคโนโลยีดิจิทัล-AI พลิกโฉมอุตสาหกรรม

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผนึกบิ๊กพลังงานไทย เร่งเครื่องสู่ Net Zero 2050 ชูเทคโนโลยีดิจิทัล-AI พลิกโฉมอุตสาหกรรม

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ร่วมกับ IEEE PES Thailand จัดงานเสวนาโต๊ะกลมระดับผู้บริหาร “C-Level Roundtable 2025” ภายใต้หัวข้อ “Powering the Carbon-Neutral Future” ภายในงาน IEEE PES GTD Asia 2025 รวบรวมผู้นำจากภาครัฐและเอกชนเพื่อวางกลยุทธ์รับมือความท้าทายด้านพลังงาน มุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

ปลดล็อกศักยภาพพลังงานหมุนเวียนและข้อจำกัดด้านนโยบาย

ในวงเสวนาได้ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy) เป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจสู่คาร์บอนต่ำ โดย ดร.สมชาย ทรงศิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและวิศวกรรม (วางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)  ระบุว่าไทยมีศักยภาพในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงมาก หากมีการติดตั้งเพียงครัวเรือนละ 2 กิโลวัตต์ จะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าได้ถึง 40 กิกะวัตต์ หรือ 20% ของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนของนโยบายและระเบียบข้อบังคับ เช่น นโยบายห้ามจ่ายไฟคืนเข้าระบบ (Zero-export policy) ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข

ด้านหน่วยงานหลักอย่าง MEA และ EGAT กำลังมุ่งเน้นการยกระดับโครงข่ายด้วย Smart Meter และ IoT รวมถึงการศึกษาเทคโนโลยีอุบัติใหม่อย่าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ไฮโดรเจน และระบบดักจับคาร์บอน (CCS) แม้ว่าต้นทุนของอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะยังคงสูงกว่าปกติถึง 50% ก็ตาม

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชูนวัตกรรม Electricity 4.0 ขับเคลื่อนความยั่งยืน

มงคล ตั้งศิริวิช ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา เน้นย้ำว่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ต้องตอบโจทย์ทั้งตลาดและผู้บริโภค โดยบริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้จากธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืน (Impact Revenue) ให้ได้ 80% และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในกระบวนการดำเนินงานภายในปี 2025 นอกจากนี้ยังมีโครงการลดคาร์บอนร่วมกับซัพพลายเออร์ที่ทำสำเร็จไปแล้วกว่า 53%

นวัตกรรมสำคัญที่ถูกยกมากล่าวถึงคือ Electricity 4.0 และการใช้ AI-driven algorithms ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ทางไฟฟ้าเชิงรุก รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่สวิตช์เกียร์แบบ SF₆-free ที่ใช้เทคโนโลยีอากาศสะอาด ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความท้าทายและทางออกของภาคอุตสาหกรรม

ผู้นำจากภาคเอกชนรายใหญ่อย่าง ปตท. และ เอสซีจี (SCG) ร่วมแบ่งปันมุมมองการบริหารความเสี่ยง โดย ปตท. ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักควบคู่ไปกับการพัฒนา CCS เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ขณะที่ SCG ให้ความสำคัญกับพลังงานชีวมวล (Biomass) ที่สามารถจ่ายพลังงานได้ต่อเนื่องกว่าแสงอาทิตย์

ในส่วนของภาคเทคโนโลยี NTT DATA ตั้งเป้า Net Zero ในปี 2030 โดยนำระบบทำความเย็นขั้นสูงและ AI มาใช้บริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เส้นทางสู่ Net Zero ของประเทศไทยต้องอาศัย 3 ปัจจัยหลักที่ทำงานร่วมกัน คือ เทคโนโลยี (Technology) นโยบายภาครัฐ (Policy) และ กลไกตลาด (Market) เพื่อเปลี่ยนผ่านจากความมุ่งมั่นสู่การลงมือทำที่เห็นผลจริง

ถอดกลยุทธ์บางจากฯ เปลี่ยน ESG เป็น “กำไร” ดันอาเซียนผนึกกำลังตั้ง Carbon Market งัดข้อกติกาโลก

Scroll to Top