ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำอาหารทะเลระดับโลก คว้าคะแนนด้านความยั่งยืนสูงสุด 89 เต็ม 100 ติดอันดับ Top 1% ในรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ที่ยกระดับมาตรฐาน ESG ทั่วห่วงโซ่อุปทาน
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU โชว์ศักยภาพการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบในระดับสากล โดยได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 1% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จากการประเมินความยั่งยืนระดับองค์กร (CSA) โดย S&P Global ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ
คะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในปีนี้ไทยยูเนี่ยนทำคะแนนรวมได้สูงถึง 89 จาก 100 คะแนน ซึ่งนับเป็นคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และเป็นคะแนนที่สูงที่สุดในบรรดาสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด โดยมีบริษัทกว่า 9,200 แห่งทั่วโลกได้รับเชิญเข้าประเมิน แต่มีเพียง 848 แห่งเท่านั้นที่ได้รับเลือกให้ลงในรายงานฉบับนี้
ผลลัพธ์จากกลยุทธ์ SeaChange® 2030
อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่าความสำเร็จนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมีประสิทธิภาพของกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ที่บูรณาการความยั่งยืนเข้ากับทุกมิติของธุรกิจ ตั้งแต่การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) การจัดการสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงสิทธิมนุษยชนและการจัดหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม

การยอมรับในระดับสากล
นอกจากรางวัลจาก S&P Global แล้ว ไทยยูเนี่ยนยังได้รับการการันตีจากสถาบันชั้นนำอื่นๆ ในปีที่ผ่านมา อาทิ:
- FTSE Russell ESG: ได้คะแนน 4.3 จาก 5 คะแนน
- SET ESG Rating: ระดับ AA
- CDP 2025: ผลประเมินการเปิดเผยข้อมูลสภาพภูมิอากาศระดับ A-
- DJSI: เคยครองอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมาแล้วถึง 4 ครั้ง
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเป็นผู้นำ แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลโลกมีความแข็งแกร่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง
–Keppel Bay Tower ผงาดอาคารพาณิชย์ Zero Energy แห่งแรกในสิงคโปร์ ด้วยโซลูชัน AI จาก Nuvola







