ไปรษณีย์ไทย เร่งปรับโครงสร้างธุรกิจตอบโจทย์ ESG ยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืนเต็มรูปแบบ

ไปรษณีย์ไทย เร่งปรับโครงสร้างธุรกิจตอบโจทย์ ESG ยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืนเต็มรูปแบบ

ไปรษณีย์ไทย เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยประกาศจุดยืนให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างจริงจัง เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

พลิกโฉมธุรกิจด้วยนโยบายเชิงรุก

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) แต่เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านโลจิสติกส์ที่มีอยู่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ:

  • โครงการไปรษณีย์ reBOX และ reBAG: ไปรษณีย์ไทยริเริ่มโครงการเหล่านี้เพื่อสนับสนุนการจัดการขยะจากบรรจุภัณฑ์ โดยใช้เครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศเป็นจุดรับวัสดุเหลือใช้จากประชาชน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ช่วยเปลี่ยน “ขยะ” ให้กลับมาเป็น “ทรัพยากร” ที่มีค่าอีกครั้ง
  • การเปลี่ยนรถขนส่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV): ไปรษณีย์ไทยมีแผนระยะยาวที่จะปรับเปลี่ยนรถขนส่งให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 1,000 คันภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • การติดตั้ง Solar Rooftop: ภายในปลายปีนี้ ไปรษณีย์ไทยมีแผนจะติดตั้งแผงโซลาร์บนอาคารที่ทำการไปรษณีย์กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเอง แต่เลือกใช้โมเดลที่ให้เอกชนเข้ามาลงทุนติดตั้งให้ และไปรษณีย์ไทยจะจ่ายค่าไฟในอัตราส่วนลด ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการใช้พลังงานสะอาดและลดความเสี่ยงในการจัดการอุปกรณ์เมื่อหมดอายุการใช้งาน

เปลี่ยน “ซองเปล่า” เป็น “พลังงาน”

ล่าสุด ไปรษณีย์ไทย ยังเดินหน้าโครงการเพื่อความยั่งยืนต่อเนื่อง ร่วมกับ ผลิตภัณฑ์ปลาเส้นทาโร่ และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PT เปิดตัวแคมเปญ “Taro รักโลก โชคเด้ง” เชิญชวนประชาชนร่วมรักษ์โลกง่าย ๆ เพียงนำซองขนมทาโร่เปล่ามาส่งที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นพลังงานสะอาด พร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่มากมาย ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากขยะและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถนำซองทาโร่เปล่าที่บริโภคหมดแล้วไปส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยกว่า 1,400 สาขาทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยซองเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยัง PT เพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและแปรรูปเป็นพลังงาน ซึ่งจะถูกนำกลับไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่อไป

ก้าวต่อไปในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป

ดร.ดนันท์ ยอมรับว่า การปรับเปลี่ยนสู่ความยั่งยืนต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งกระบวนการภายในที่ต้องปรับปรุงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มคุณค่าให้กับบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถ “พึ่งพาตนเอง” และเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

การนำหลักการ ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในทุกมิติขององค์กร ทำให้ไปรษณีย์ไทยก้าวข้ามจากบทบาทผู้ให้บริการไปรษณีย์แบบดั้งเดิม สู่การเป็นองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง

บางจากฯ โชว์วิสัยทัศน์เวทีพลังงานโลก ชูความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนและ SAF ในการประชุม APPEC 2025

Scroll to Top