ETDA จับมือ สพฐ., สสวท., UNICEF และมหาวิทยาลัยศิลปากร เดินหน้าจัดโฟกัสกรุ๊ปครั้งใหญ่ ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 ชีวิต ร่วมออกแบบ “กรอบธรรมาภิบาลและมาตรฐานจริยธรรม AI เพื่อการศึกษาไทย” (AI Governance Framework for Education) หวังสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลที่ปลอดภัย เท่าเทียม และโปร่งใส ป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลและอคติของอัลกอริทึมในเด็กและเยาวชน
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธุ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า ปัจจุบัน AI กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการศึกษา ทั้งในระดับโลกและประเทศไทย โดยมีศักยภาพสูงในการสนับสนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ช่วยให้ครูสามารถออกแบบการเรียนการสอนได้ตรงความต้องการของผู้เรียน และยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างทั่วถึง
อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ในภาคการศึกษาจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การลดอคติของอัลกอริทึม ความโปร่งใสของระบบ ตลอดจนผลกระทบต่อสิทธิ โอกาส และพัฒนาการของผู้เรียน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในกลุ่มเปราะบาง
ETDA ในฐานะหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อน AI Governance ของประเทศ จึงได้เชื่อมโยงหลักการกำกับดูแลเข้ากับบริบทการใช้งานจริงของภาคการศึกษา ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อพัฒนาเป็นแนวปฏิบัติสำหรับสถานศึกษา ครู ผู้บริหาร และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ในการตัดสินใจเลือก พัฒนา และใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
การประชุมระดมสมองครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู และผู้ปกครอง ครอบคลุมทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ร่วมกับภาคีเครือข่ายรัฐ เอกชน วิชาการ และประชาสังคม เพื่อสะท้อนปัญหาและความท้าทายจริงจากการใช้ AI ในมิติต่างๆ
ข้อสรุปจากเวทีนี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็น “ต้นแบบกรอบธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์สำหรับการศึกษาไทย” (AI Governance Framework for Education) โดยยึดหลักสำคัญ 5 ประการ คือ ความโปร่งใส (Transparency) ความรับผิดชอบ (Accountability) ความเป็นธรรม (Fairness) การคุ้มครองสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคล และการคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อวางรากฐานให้เยาวชนไทยเติบโตไปกับ AI ได้อย่างรู้เท่าทันและปลอดภัย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ ETDA Thailand
–สิงคโปร์ ยกระดับสาธารณสุข พัฒนาโมเดล AI “SIMFONI” เจาะลึกโรคหัวใจและโรคตา







