สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ฉลองก้าวย่างสำคัญครบรอบ 2 ปี จัดงาน “BDI Day 2025: Next Move for Big Data and AI” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วยพลังของ Big Data และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงร่วมแถลงอย่างคับคั่ง ชู 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู), โครงสร้างพื้นฐาน AI ภาษาไทยแบบโอเพนซอร์ส ThaiLLM และการพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและ AI มุ่งสร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม พลิกโฉมหน่วยงานรัฐสู่ระบบที่ใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ยกระดับประเทศไทยในทุกมิติ
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) กล่าวเน้นย้ำว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญสู่ยุคดิจิทัล ที่ข้อมูลและ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือสนับสนุน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ” รัฐบาลจึงเร่งเครื่องนโยบายดิจิทัลเชิงรุก หนึ่งในนั้นคือการจัดตั้ง ‘คณะกรรมการ AI แห่งชาติ’ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ของประเทศให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทุ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น ทั้ง Cloud, Data Center, GPU Computing และแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ส รองรับนวัตกรรมดิจิทัลในระยะยาว
อีกภารกิจสำคัญคือการจัดตั้ง ‘National Data Bank’ ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางรวบรวม จัดการ และเปิดใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศอย่างปลอดภัยและโปร่งใส โดย BDI และกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับบทบาทหลักในการออกแบบระบบและผลักดันการดำเนินงาน เพื่อให้ข้อมูลกลายเป็นรากฐานในการวางแผนนโยบาย สร้างบริการสาธารณะ และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศ
ศ. (พิเศษ) วิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสริมว่า กระทรวงฯ มุ่งวางรากฐานเชิงระบบให้ข้อมูลและ AI เป็นกลไกหลักในการบริหารภาครัฐและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านแผนยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมส่งเสริมธรรมาภิบาล AI ผ่านกรอบจริยธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีใหม่ของไทยเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบและสร้างประโยชน์ต่อสังคมวงกว้าง
ด้าน กุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา BDI ได้วางรากฐานให้ระบบข้อมูลของประเทศเปลี่ยนจาก ‘ต่างคนต่างทำ’ สู่ ‘การทำงานร่วมกัน’ อย่างเป็นระบบ เห็นได้จากผลงานรูปธรรม เช่น Health Link ที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ, Travel Link ที่วิเคราะห์การเดินทางเชิงพื้นที่ และ City Data Platform (CDP) ที่ทำให้ข้อมูลเมืองถูกนำมาใช้ตัดสินใจได้จริง “สิ่งเหล่านี้สะท้อนจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลไทยที่เริ่มต้นแล้ว เราภูมิใจที่เห็นภาครัฐหลายหน่วยงานเริ่มใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นพื้นฐานกำหนดนโยบาย ซึ่งตรงกับเป้าหมายสูงสุดของ BDI”
รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวถึงบทบาทของ BDI ในฐานะองค์กรขับเคลื่อนข้อมูลของประเทศว่า “เป้าหมายของเราชัดเจนและเป็นรูปธรรม คือ ทำให้ข้อมูลจากทุกภาคส่วน ไม่เพียงถูกจัดเก็บอย่างมีระบบ แต่สามารถนำไปใช้งานได้จริง เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบาย ยกระดับบริการสาธารณะ และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง”
หัวใจสำคัญของภารกิจนี้คือการพัฒนา 3 แกนหลัก ได้แก่:
- แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู – D-II): ไม่ได้สร้างระบบข้อมูลใหม่ แต่ทำหน้าที่บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่จากหลายภาคส่วน พร้อมบริการวิเคราะห์ข้อมูลโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ BDI เพื่อสนับสนุนการวางแผนนโยบายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย Data Linkage Engine (ถนนทางเทคโนโลยีของข้อมูล), D-II Data Catalog (ระบบบัญชีข้อมูล), D-II Analytics Services, Dashboard and Analytics Tools และ Central Hashing (กระบวนการแทนค่าข้อมูลสำคัญเพื่อความปลอดภัย)
- ThaiLLM (Thai Large Language Model): โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทยแบบ Open Source/Open License ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย BDI ร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) เพื่อพัฒนา AI ภาษาไทยที่เข้าใจบริบทภาษาและวัฒนธรรมไทย ปัจจุบันดำเนินการมา 3 เดือน รวบรวมข้อมูลภาษาไทยแล้วกว่า 245 GB และแปลงเป็นโทเคนได้ประมาณ 55 ล้านล้านโทเคน (55% ของเป้าหมาย) สำหรับพัฒนาโมเดลขนาดเล็กและกลางเบื้องต้น
- การพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์: BDI เร่งออกแบบร่างหลักสูตรเรียนรู้ด้าน AI และ LLM เตรียมความพร้อมบุคลากรไทยให้เข้าใจ ออกแบบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกได้จริง เน้นการเรียนรู้แบบ Micro-Credentials เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจและประยุกต์ใช้ข้อมูลให้สอดรับการเปลี่ยนแปลงของโลก
รศ. ดร.ธีรณี กล่าวเสริมว่า โครงการ ThaiLLM ยังเป็นกลไกสำคัญส่งเสริมความร่วมมือด้าน AI ของไทย (Thai AI Collaboration) และสร้างระบบนิเวศ AI (AI Ecosystem) ให้เข้มแข็ง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และผลักดันไทยสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญด้าน AI ในระดับภูมิภาค “เรามุ่งหวังให้ ThaiLLM เป็นเวทีจุดประกายความร่วมมือรูปแบบใหม่ระดับประเทศ ที่ทุกภาคส่วนร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของชาติไปด้วยกัน”
นอกจากนี้ BDI ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล (Data Governance) เพื่อลดอุปสรรคการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และระหว่างรัฐกับเอกชน โดยมีกลไกกลางที่ชัดเจน มาตรฐานความปลอดภัย และเอกสารแม่แบบรองรับ
“ทั้ง D-II, ThaiLLM และการพัฒนากำลังคน คือ 3 แกนหลักที่ BDI ขับเคลื่อนควบคู่กัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างเต็มศักยภาพ สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และยกระดับประเทศด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง” รศ.ดร.ธีรณี กล่าวทิ้งท้าย







