วงการเซมิคอนดักเตอร์ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อ Cadence ซอฟต์แวร์ออกแบบทางวิศวกรรม ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud เปิดตัว “Cadence® ChipStack™ AI Super Agent” โซลูชันอัจฉริยะที่ผสานพลังของโมเดล AI Gemini เพื่อยกระดับการออกแบบชิปสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการตอบโจทย์ความต้องการชิปประสิทธิภาพสูงในอุตสาหกรรมดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยการนำ ChipStack AI Super Agent เข้ามาทำงานร่วมกับเครื่องมือ EDA (Electronic Design Automation) ของ Cadence บนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ทรงพลังของ Google Cloud ช่วยเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานไปสู่ยุค Agentic Design Automation อย่างแท้จริง
จุดเด่นสำคัญของโซลูชันนี้คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงสุดถึง 10 เท่า ครอบคลุมตั้งแต่วงจรการออกแบบ การพัฒนา การทดสอบระบบ ไปจนถึงการแก้ไขจุดบกพร่อง (Debugging) แบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเร่งกระบวนการ Tapeout ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถส่งสินค้าออกสู่ตลาด (Time-to-market) ได้ทันท่วงที
พอล คันนิ่งแฮม รองประธานอาวุโสของ Cadence ระบุว่า เทคโนโลยี Mental Model ซึ่งเป็นหัวใจหลักของโซลูชันนี้ ช่วยให้ AI agents สามารถให้เหตุผลเชิงลึกและทำงานร่วมกับเครื่องมือ EDA ได้อย่างแม่นยำ โดยเป็นการรวมพลังระหว่าง Large Language Models (LLM) กับเครื่องมือออกแบบระดับโลก เพื่อเพิ่มทั้งความเร็วและคุณภาพของการออกแบบอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากประสิทธิภาพที่สูงขึ้นแล้ว ลูกค้ายังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้อย่างง่ายดายในรูปแบบ click-to-deploy บน Google Cloud ซึ่งมีความยืดหยุ่นและปลอดภัยสูง รองรับการตรวจสอบชิปแบบครบวงจรบนสภาพแวดล้อมคลาวด์ โดยปัจจุบัน Cadence ChipStack AI Super Agent พร้อมเปิดให้ใช้งานแล้วผ่าน Google Cloud Marketplace
–เปิดตัว DeepSeek V4 พร้อมเคลมเต็มที่ว่า “ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น ระบบจัดการความจำสุดล้ำ”






