ซิสโก้ ประเทศไทย (Cisco) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านระบบเครือข่ายระดับโลก พร้อมเผยทิศทางธุรกิจและเทคโนโลยีรับมือกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI โดย วีระ อารีรัตนศักดิ์, กรรมการผู้จัดการซิสโก้ประจำประเทศไทย และเมียนมา ได้ฉายภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ไอที ตั้งแต่ยุคแรกของอินเทอร์เน็ตที่ทุกอย่างต้องมีศูนย์ข้อมูลเป็นของตัวเอง ไปจนถึงยุคคลาวด์ที่องค์กรไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาถึงยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในองค์กรอีกต่อไป ชี้องค์กรต้องปรับตัวและไม่ควรถามว่าจะใช้ AI หรือไม่ แต่ควรถามว่าจะใช้ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านรวดเร็วจาก Internet สู่ AI
การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในปี 1980 ที่ทำให้โลกเชื่อมถึงกัน ตามมาด้วยยุคคลาวด์ (Cloud) ประมาณปี 2000 ที่องค์กรไม่จำเป็นต้องมีศูนย์ข้อมูลเป็นของตัวเองอีกต่อไป แต่หันไปใช้งานแอปพลิเคชันและจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์แทน
ล่าสุดคือยุคของ AI ที่แตกต่างจากยุคก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เพราะข้อมูลที่ใช้เพื่อการประมวลผลเป็นข้อมูลจากภายนอก ซึ่งมีความหลากหลายและปริมาณมหาศาล ทำให้องค์กรต้องเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความน่าเชื่อถือของข้อมูล
ความท้าทายใหม่ในยุค AI
นายวีระ กล่าวถึงความท้าทายสำคัญที่องค์กรต้องเผชิญในยุค AI ดังนี้
- โครงสร้างพื้นฐานไม่รองรับ: ระบบไอทีในอดีตถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในแบบเดิม ไม่สามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลเพื่อฝึกฝนโมเดล AI ได้
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์: เมื่อองค์กรต้องใช้งานข้อมูลจากภายนอกและแอปพลิเคชันที่อยู่บนคลาวด์ การควบคุมความปลอดภัยจึงทำได้ยากขึ้น ความเสี่ยงของการโจมตีทางไซเบอร์จึงสูงขึ้นตามไปด้วย
- ความน่าเชื่อถือของ AI: หากผู้ใช้งานไม่เชื่อมั่นในความถูกต้องของข้อมูลหรือคำแนะนำที่ได้รับจาก AI การนำ AI ไปใช้งานในองค์กรก็จะไม่เกิดขึ้น
ชู 3 กลยุทธ์หลัก ตอบโจทย์โลกไอทีในยุค AI
เพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรในยุคดิจิทัล ซิสโก้ได้นำเสนอ 3 กลยุทธ์หลัก ที่เรียกว่า Secure Global Connectivity โดยมีแกนหลักคือการเชื่อมต่อ (Connectivity) ที่มีความปลอดภัยสูงสุด ประกอบด้วย
- AI-Ready Data Center: การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูลให้พร้อมรองรับ AI โดยมี AI เข้ามาช่วยจัดการงานที่ซับซ้อนภายในศูนย์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- Future-Proof Workplace: การรองรับการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Workplace) ที่พนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความปลอดภัยและการยืนยันตัวตนเมื่อพนักงานเข้าถึงระบบจากอุปกรณ์ส่วนตัว
- Digital Resilience: การสร้างความยืดหยุ่นให้กับองค์กร เพื่อให้สามารถรับรู้ ป้องกัน และรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ในทันที และสามารถฟื้นตัวจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างรวดเร็ว

ผสานแพลตฟอร์มเพื่อการมองเห็นที่ครอบคลุม
ซิสโก้ได้เปลี่ยนแนวคิดจากการเลือกใช้โซลูชันที่ต้องนำผลิตภัณฑ์จากหลายยี่ห้อมาเชื่อมต่อกัน มาสู่แนวคิดแบบ Platform Approach ที่ผสานรวมระบบทั้งหมดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย (Network) ความปลอดภัย (Security) การวิเคราะห์ข้อมูล (Observability) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของการทำงาน ทำให้บริหารจัดการระบบได้ง่ายขึ้นและมีความปลอดภัยมากขึ้น
พันธกิจเพื่อสังคมและการพัฒนาบุคลากร
นอกจากโซลูชันทางธุรกิจแล้ว ซิสโก้ยังให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมผ่านโครงการ Country Digital Accelerator (CDA) ซึ่งทำมานานกว่า 20 ปีในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนโครงการสำคัญๆ เช่น Connected Healthcare และ Smart City นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Cisco Networking Academy ที่มุ่งพัฒนาบุคลากรด้านไอทีและไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยได้ฝึกอบรมบุคลากรไปแล้วเกือบ 200,000 คน และยังคงเดินหน้าให้ความรู้ด้านนี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มหลักสูตร AI และแปลเป็นภาษาไทย เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง
–Huawei ยกระดับธุรกิจ SME ด้วยโซลูชันอัจฉริยะ “4+10+N” ขับเคลื่อนสู่ยุค AI อย่างสมบูรณ์แบบ







