กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ร่วมกับ หัวเว่ย คลาวด์ จัดงาน Huawei Cloud Summit Thailand 2025 ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อเร่งผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งอาเซียน อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความคืบหน้าของนโยบาย “Cloud First” ที่ภาครัฐและเอกชนต่างเร่งนำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
โอกาสทองจาก AI: เร่งเครื่องสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
ศ.วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน โดยชี้ว่านโยบาย Cloud First กลยุทธ์ด้าน AI การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จะเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ผู้พัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของตนเองที่สามารถส่งต่อประโยชน์สู่ระดับโลกได้ พร้อมชื่นชมบทบาทของหัวเว่ย คลาวด์ ที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในประเทศไทย
ด้าน ซันนี่ ชั่ง ประธานหัวเว่ย คลาวด์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริมว่าในยุค AI ความอัจฉริยะนำมาซึ่งโอกาสมหาศาล และหัวเว่ย คลาวด์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการเทคโนโลยี แต่ยังเป็นผู้ร่วมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลในประเทศไทย โดยจะมุ่งมั่นร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรในประเทศผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การมีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี การแบ่งปันประสบการณ์ และการร่วมสร้างระบบนิเวศ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะ
ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ย คลาวด์ ได้ให้บริการลูกค้ากว่า 1,000 ราย และสร้างพันธมิตรกว่า 500 รายในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ สถาบันการเงินชั้นนำกว่า 80% และผู้ค้าปลีกชั้นนำกว่า 60% ที่ไว้วางใจเลือกใช้บริการคลาวด์จากหัวเว่ย
สร้างคลาวด์ขับเคลื่อนด้วย AI: ก้าวสู่ยุคอัจฉริยะเต็มรูปแบบ
วิลเลี่ยม ตง ประธานของหัวเว่ย คลาวด์ มาร์เก็ตติ้ง ได้เปิดตัว 4 โซลูชันหลักในงาน ครอบคลุมพื้นฐาน AI ที่แข็งแกร่ง การพัฒนาแอปพลิเคชันอัจฉริยะ การจัดการข้อมูลอัจฉริยะ และการใช้งานคลาวด์ในทุกสถานการณ์ โดยเน้นย้ำว่า AI ได้กลายเป็นเทคโนโลยีรากฐานที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภาคอุตสาหกรรม และหัวเว่ย คลาวด์ กำลังก้าวสู่ยุค “AI-Native” อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในด้าน “Cloud for AI” และ “AI for Cloud”
- Cloud for AI: มุ่งเน้นการเร่งการใช้งานกลยุทธ์ด้าน AI ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีแบบครบวงจรและแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ดีที่สุด
- AI for Cloud: มุ่งเน้นการยกระดับบริการคลาวด์ของหัวเว่ยด้วย AI เพื่อให้บริการมีความอัจฉริยะยิ่งขึ้น
โซลูชันหลักที่เปิดตัวในงาน ประกอบด้วย:
- พื้นฐาน AI ที่แข็งแกร่ง: บริการ AI Cloud ของหัวเว่ย รองรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 40 วัน พร้อมโมเดลพื้นฐานกว่า 160 แบบ ที่ถูกนำไปใช้จริงโดยบริษัท AI กว่า 1,000 ราย รวมถึงโมเดล Pangu ที่ประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบรางรถไฟ การคาดการณ์อุณหภูมิเตาหลอมเหล็ก และการพยากรณ์อากาศ
- การพัฒนาแอปพลิเคชันอัจฉริยะ: เครื่องมือ CodeArts ที่สนับสนุนการเขียนโค้ด ตรวจสอบ และทดสอบโค้ดด้วย AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงาน R&D ได้ถึง 30% นอกจากนี้ โซลูชัน Flexus LLM ยังสนับสนุนองค์กรขนาดกลางและย่อม (SMEs) ให้สามารถพัฒนา AI ด้วย 3 ความสามารถหลัก ได้แก่ Dify HA edition สำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI, การสร้างฐานข้อมูลความรู้ภายใน และการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ปรับตามบริบทการใช้งาน ช่วยให้ SMEs สร้างสรรค์นวัตกรรม AI ได้อย่างครบวงจร
- การจัดการข้อมูลอัจฉริยะ: DataArts ได้รับการปรับปรุงเพื่อเป็นรากฐานข้อมูลที่เน้นความรู้และรองรับ AI ได้อย่างแท้จริง ส่วน GaussDB ซึ่งเป็นฐานข้อมูลคลาวด์แบบกระจาย มีความสามารถ multi-write แบบโปร่งใส ช่วยให้ระบบมีความเสถียรสูงและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
- การใช้งานคลาวด์ในทุกสถานการณ์: หัวเว่ย คลาวด์ สแต๊ก รองรับคลาวด์แบบไฮบริด สำหรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ให้ภาคธุรกิจสามารถสร้างโมเดลของตนเองได้ในจุดเดียว ขณะที่ CloudDC ช่วยย้ายศูนย์ข้อมูลสู่คลาวด์ พร้อมระบบการจัดการที่แม่นยำและครบวงจร
ภายในงานยังมีการสาธิตศักยภาพของ AI ในการดำเนินชีวิตและการผลิต โดยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถร่วมมือกับมนุษย์ที่สวมมือกลอัจฉริยะเพื่อทำภารกิจที่ซับซ้อนได้อย่างน่าทึ่ง
เทคโนโลยีเพื่อสังคม: นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
อาข่า ได ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คลาวด์ ได้กล่าวถึงโครงการ “Cloud for Good” ของหัวเว่ย ซึ่งมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีคลาวด์และ AI เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน ยกตัวอย่างโครงการไร้กระดาษที่พัฒนาร่วมกับบริษัท Codium ซึ่งช่วยลดการใช้กระดาษได้ปีละ 18-25 ล้านแผ่นในหน่วยงานรัฐและเอกชนกว่า 500 แห่ง คิดเป็นการช่วยรักษาต้นไม้ 2,000–3,000 ต้น และลดการปล่อยคาร์บอน 30–50 ตันต่อปี
ปัจจุบัน หัวเว่ย คลาวด์ กำลังขยายความร่วมมือในประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ เกษตรอัจฉริยะ การเงินเพื่อสังคม การประหยัดพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย
เปิดตัวโครงการ “Cloud and AI Pioneer” ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เพื่อสร้างระบบนิเวศบุคลากรด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระดับท้องถิ่น หัวเว่ย คลาวด์ ได้ประกาศความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ “Cloud and AI Pioneer Initiative” โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านคลาวด์และ AI จำนวน 30,000 คน ผ่านการจัดทำหลักสูตร การแข่งขันสำหรับนักพัฒนา และโครงการส่งเสริมทักษะต่าง ๆ ทั้งนี้ หัวเว่ย คลาวด์ คาดว่าจะสามารถพัฒนานักพัฒนาด้านคลาวด์และ AI ในประเทศไทยได้กว่า 20,000 คน ภายในสิ้นปี 2568
–Trend Micro จัด “TREND WORLD TOUR 2025” ในกรุงเทพฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำไซเบอร์เชิงรุกยุค AI







