รัฐบาลเดินหน้าปักธงสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีรัฐบาล (GovTech) ระดับโลก โดยมีงาน Digital Government Summit 2025 (DG Summit 2025) เป็นเวทีใหญ่ประกาศวิสัยทัศน์ “Empowering the Nation through Digital Government” พร้อมเปิดตัวนโยบายสำคัญที่จะพลิกโฉมการบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
งานนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA โดยมี ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ย้ำถึงหลักการสำคัญคือ “ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
ภราดร ปริศนานันทกุล กล่าวว่า รัฐบาลดิจิทัลคือการออกแบบอนาคตของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีหลักการสำคัญคือ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric) โดยการออกแบบบริการภาครัฐทั้งหมดจะต้องเริ่มต้นจากความต้องการของประชาชนเป็นหลัก (Digital by Design) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่ต้องใช้เอกสารซ้ำซ้อน และไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง พร้อมทั้งรัฐบาลกำลังยกระดับ Open Government เพื่อความโปร่งใสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบการทำงานของรัฐ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทลายกำแพงระหว่างรัฐกับประชาชน
เปิด 3 นโยบายหลัก ยกระดับบริการภาครัฐเพื่อคนไทย
นโยบายสำคัญ 3 เรื่องที่รัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนประกอบด้วย:
- Single Portal, All Services: เตรียมยกระดับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สู่ “ทางรัฐ Super App” เพื่อรวบรวมทุกบริการภาครัฐไว้ในที่เดียว ทั้งสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ โดยตั้งเป้าเพิ่มบริการสำคัญอีกกว่า 2,000 บริการ พร้อมพัฒนา Digital ID เพื่อการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและลดปัญหาการใช้เอกสารซ้ำซ้อน
- One Data, Once Only: มุ่งให้ประชาชน “ให้ข้อมูลครั้งเดียวจบ” โดยทุกหน่วยงานจะเชื่อมโยงข้อมูลกันผ่านระบบ Government Data Exchange (GDX) ทำให้ประชาชนไม่ต้องกรอกข้อมูลเดิมซ้ำเมื่อติดต่อหน่วยงานรัฐ
- Safe from Risks, Secure from Leaks: ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยนโยบาย Government Cloud เพื่อปกป้องข้อมูลของประชาชน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของชาติ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมพัฒนา “แพลตฟอร์มกลาง” เพื่อบริหารจัดการภัยพิบัติต่างๆ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม และฝุ่น PM2.5 ซึ่งจะถูกรวมอยู่ใน “ทางรัฐ Super App” เช่นกัน
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Driving Thailand’s Digital Economy & Society โดยเน้นย้ำถึงภารกิจสำคัญของกระทรวงดิจิทัลฯ คือการสร้าง “เส้นเลือดใหญ่ของรัฐไทย” ผ่าน Government Cloud และ Data Infrastructure ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างปลอดภัย โปร่งใส และต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภัยคุกคามไซเบอร์เป็นความมั่นคงรูปแบบใหม่ของประเทศ
กระทรวงดิจิทัลฯ จึงยกระดับ Thailand CERT เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านไซเบอร์ระดับชาติ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พัฒนากรอบ Decentralized Security Framework เพื่อป้องกันการโจมตีจากจุดเดียวและเสริมความยั่งยืนของระบบความปลอดภัยภาครัฐ เดินหน้า Proactive Privacy Management ภายใต้ PDPA และพัฒนา National Data Governance Framework ให้เป็นระบบเดียวกัน เป็นต้น มุ่งสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนควบคู่กับเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างปลอดภัย โปร่งใส และมั่นใจในอนาคตของคนไทยทุกคน เพราะ “รัฐบาลดิจิทัล” จะไม่ใช่แค่ระบบ แต่คือ “ความเชื่อมั่นใหม่ของชาติ”
ไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า DGA ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการผลักดันระบบนิเวศรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ วางรากฐานที่มั่นคงและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ใน 5 ด้านหลัก ทั้งด้านการให้บริการประชาชนแบบครบวงจร ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ที่เปรียบเสมือน “Super App” ของภาครัฐ, ด้านการอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ, ด้านการสร้างความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ, ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีมาตรฐานและปลอดภัย, ด้านการผลักดันมาตรฐานและการยกระดับบุคลากร ทั้งจัดทำมาตรฐาน Government Cloud และการยกระดับบุคลากรภาครัฐผ่านสถาบันพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัล หรือ สถาบัน TDGA อันเป็นรากฐานสำคัญ ที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อน “รัฐบาลดิจิทัลแบบบูรณาการ” ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้บริการภาครัฐทุกเรื่องอยู่ในที่เดียว เชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้รอยต่อ และคุ้มครองข้อมูลประชาชนอย่างมั่นคงปลอดภัย นอกจากนี้ DGA ยังอยู่ระหว่างเตรียมการพัฒนา Digital ID สำหรับชาวต่างชาติ และ Foreigner Portal เพื่อรองรับการให้บริการแบบครบวงจรแก่ชาวต่างชาติทุกกลุ่มอีกด้วย
ไทยตั้งเป้าผงาดขึ้นแท่นผู้นำ GovTech โลก
ปัจจุบันดัชนีการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGDI) ของไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขยับจากอันดับที่ 55 ในปี 2565 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 52 ในปี 2567 และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ รัฐบาลตั้งเป้าหมายในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือในการประเมินครั้งถัดไปในปี 2569 ประเทศไทยจะต้องมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจนมีระบบที่ดีเทียบเท่าประเทศชั้นนำอย่างเดนมาร์ก เอสโตเนีย และสิงคโปร์
งาน DG Summit 2025 ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นต้นแบบด้านบริการภาครัฐดิจิทัล ยืนยันว่า “รัฐบาลดิจิทัล” ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือคำมั่นสัญญาที่ประชาชนจะได้รับการดูแลจากรัฐที่ดีขึ้นบนพื้นฐานของความโปร่งใสและเชื่อมั่น



