ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศเปิดตัวโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ ภายใต้ชื่อ EcoStruxure Pod Data Center และ EcoStruxure Rack Solutions ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลที่หนักหน่วงของเทคโนโลยี AI และ High-Density Computing ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
โซลูชันใหม่นี้ตอบโจทย์ความท้าทายที่สำคัญขององค์กรต่างๆ ที่กำลังติดตั้ง AI Clusters ซึ่งต้องการพลังงานและความหนาแน่นสูงถึง 1 เมกะวัตต์ (MW) หรือมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกระจายพลังงานและการจัดการความร้อน โดยโซลูชันดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจรที่ปรับขยายได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ
หิมานชู ปราสาท รองประธานบริหารฝ่าย EcoStruxure IT ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า “ความต้องการพลังงานและความหนาแน่นมหาศาลสำหรับ AI Clusters ทำให้เกิดข้อจำกัดในการออกแบบสถาปัตยกรรมดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิมๆ ลูกค้าของเราต้องการโซลูชันที่ติดตั้งได้รวดเร็ว ปรับขยายได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งนวัตกรรม EcoStruxure ที่รองรับเทคโนโลยีของ NVIDIA นี้ สามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างตรงจุด”
รายละเอียดผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติเด่น
- EcoStruxure Pod Data Center: โซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์แบบโมดูลาร์สำเร็จรูปที่ปรับขยายได้ ออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตั้งตู้แร็คที่มีความหนาแน่นสูง พร้อมรองรับพลังงานได้สูงถึง 1 เมกะวัตต์ (MW) และยังรองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ระบบ Busway และการจัดการความร้อนหลากหลายรูปแบบ
- EcoStruxure Rack Solutions: ระบบตู้แร็คที่มีความน่าเชื่อถือและรองรับพลังงานความหนาแน่นสูง สามารถปรับให้เข้ากับมาตรฐานการออกแบบต่างๆ ได้ เช่น EIA, ORV3 และ NVIDIA MGX อีกทั้งยังรองรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวภายในแร็คจาก Motivair by Schneider Electric
- NetShelter SX Advanced Enclosure: ตู้แร็คซีรีส์ใหม่ที่แข็งแรงและมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของเซิร์ฟเวอร์ AI และโครงสร้างพื้นฐานการระบายความร้อนด้วยของเหลว พร้อมคุณสมบัติการป้องกันสำหรับการขนส่งที่ปลอดภัย
- NetShelter Rack PDU Advanced: ชุดจ่ายไฟ (PDU) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับกระแสไฟฟ้าสูงของเซิร์ฟเวอร์ AI โดยเฉพาะ พร้อมการออกแบบที่กะทัดรัดและคุณสมบัติอัจฉริยะที่ช่วยให้สามารถจัดการระบบได้อย่างราบรื่น
- NetShelter Open Architecture: สถาปัตยกรรมตู้แร็คแบบเปิดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ Open Compute Project (OCP) โดยมีโซลูชันที่รองรับระบบ NVIDIA GB200 NVL72 ที่ใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA MGX เป็นครั้งแรก
ความร่วมมือกับ NVIDIA และการรับมือความท้าทาย
วลาดิเมียร์ ทรอย รองประธานฝ่ายวิศวกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของ NVIDIA กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “โซลูชันของชไนเดอร์ อิเล็คทริค มอบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้และปรับขยายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการสำหรับแผนงานพัฒนา AI เรากำลังร่วมกันรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ AI Factories เพื่อส่งมอบโซลูชันที่พร้อมสำหรับอนาคต”
นวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบดาต้าเซ็นเตอร์และพันธมิตรสามารถรับมือกับความท้าทายหลักๆ ในการนำ AI มาใช้งาน ได้แก่ การจัดการพลังงานและความร้อนที่เชื่อถือได้ ความซับซ้อนในการติดตั้ง ความรวดเร็วในการนำออกสู่ตลาด และการขาดแคลนทักษะในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นสำหรับการใช้งาน AI ในอนาคต
–Huawei เปิดตัว FusionCube HCI ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย สู่ยุคอัจฉริยะ







