อีริคสัน (Ericsson) เผยรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด (กรกฎาคม 2025) คาดการณ์อนาคตเครือข่าย 5G ทั่วโลกจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดว่าจำนวนบัญชีผู้ใช้งานจะพุ่งสูงถึง 6.3 พันล้านรายภายในสิ้นปี 2030 จากยอดรวมปัจจุบันที่ 2.4 พันล้านราย ณ ไตรมาสแรกของปี 2025 และคาดว่า 5G จะกลายเป็นเทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดภายในปี 2027
สำหรับประเทศไทย แนวโน้มการเติบโตของการใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าปริมาณการใช้งานดาต้าต่อเลขหมายจะเพิ่มขึ้นจาก 35 กิกะไบต์ต่อเดือนในปี 2025 เป็น 67 กิกะไบต์ต่อเดือนในปี 2030 ขณะที่ปริมาณการใช้ดาต้ารวมของทั้งประเทศคาดว่าจะเพิ่มจาก 104 เพตะไบต์ต่อวันในปี 2025 เป็น 237 เพตะไบต์ต่อวันในปี 2030
รายงานยังชี้ให้เห็นถึงปริมาณการใช้ดาต้าบนเครือข่ายมือถือทั่วโลกที่คาดว่าจะเติบโตราว 2.3 เท่าระหว่างปี 2024 ถึง 2030 โดยมีเครือข่าย 5G เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก ซึ่งจะรองรับปริมาณการใช้ดาต้าทั่วโลกในสัดส่วนที่เพิ่มจาก 35% ในปี 2024 เป็น 80% ในปี 2030 ในไตรมาสแรกของปี 2025 เพียงไตรมาสเดียว มีผู้ใช้งาน 5G ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 145 ล้านราย
ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย คาดว่าภายในปี 2030 สัดส่วนผู้ใช้ 5G จะสูงถึง 49% ของผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมด และมีการใช้งานดาต้าต่อสมาร์ทโฟนเพิ่มจาก 19 กิกะไบต์ต่อเดือนในปี 2024 เป็น 38 กิกะไบต์ต่อเดือน
ขณะที่ภูมิภาคอื่นอย่างอเมริกาเหนือและอินเดียมีความโดดเด่นด้านความครอบคลุมของ 5G ย่านความถี่กลาง (Mid-band) ซึ่งครอบคลุมประชากรแล้วถึง 90% และ 95% ตามลำดับ ณ สิ้นปี 2024
แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เราอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่เครือข่าย 5G และระบบนิเวศมีความพร้อมที่จะปลดปล่อยคลื่นแห่งนวัตกรรม (A Wave of Innovation) ด้วยความก้าวหน้าของเครือข่าย 5G Standalone (SA) ประกอบกับพัฒนาการในอุปกรณ์ที่รองรับ 5G ได้นำไปสู่ระบบนิเวศที่พร้อมสำหรับการปลดล็อกโอกาสเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ”
เทคโนโลยีในอนาคตอย่าง Generative AI (GenAI) จะกลายเป็นจุดขายสำคัญสำหรับสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายต้องหันมาให้ความสำคัญกับความสามารถในการอัปลิงก์ (Uplink) และการลดค่าความหน่วง (Latency) มากขึ้น
นอกจากนี้ การพัฒนาอุปกรณ์อย่างแว่นตาอัจฉริยะ (AR Glasses) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการขยายการให้บริการ 5G SA ที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการแล้วราว 70 รายทั่วโลก จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สรุปประเด็นสำคัญจากรายงาน Ericsson Mobility Report:
- การเติบโตของ 5G ทั่วโลก: ในไตรมาสแรกของปี 2025 มีผู้ใช้ 5G เพิ่มขึ้น 145 ล้านเลขหมาย ทำให้ยอดรวมทั่วโลกอยู่ที่ 2.4 พันล้านเลขหมาย เทคโนโลยี 5G จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับผู้ใช้บริการมือถือในปี 2027
- ปริมาณการใช้ข้อมูล (Data Traffic): ปริมาณการใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตประมาณ 2.3 เท่าระหว่างปี 2024 ถึง 2030 โดยสัดส่วนของข้อมูลที่ใช้งานบนเครือข่าย 5G จะเพิ่มขึ้นจาก 35% ในปี 2024 เป็น 80% ในปี 2030
- สถานการณ์ในภูมิภาค:
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย: คาดว่าสัดส่วนผู้ใช้ 5G จะสูงถึง 49% ของผู้ใช้บริการทั้งหมดในปี 2030 โดยปริมาณการใช้ข้อมูลต่อสมาร์ทโฟนจะเพิ่มขึ้นจาก 19 กิกะไบต์ต่อเดือนในปี 2024 เป็น 38 กิกะไบต์ต่อเดือนในปี 2030
- อเมริกาเหนือ: เป็นผู้นำด้านความครอบคลุมของเครือข่าย 5G Mid-band โดยมีประชากรในพื้นที่ครอบคลุมถึง 90% ณ สิ้นปี 2024
- อินเดีย: มีความครอบคลุมของ 5G Mid-band ถึง 95% และมีการใช้งานข้อมูลต่อสมาร์ทโฟนสูงสุดที่ 32 กิกะไบต์ต่อเดือนในปี 2024
เทคโนโลยีขับเคลื่อนอนาคต
เทรนด์เทคโนโลยีที่สำคัญซึ่งจะขับเคลื่อนการใช้งาน 5G ในอนาคต:
- Generative AI (GenAI): การมาถึงของอุปกรณ์ที่รองรับ GenAI จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน และจะส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องให้ความสำคัญกับความสามารถในการอัปลิงก์ (Uplink) และค่าความหน่วง (Latency) ของเครือข่ายมากขึ้น
- แว่นตา AR: แว่นตาอัจฉริยะ (AR Glasses) ที่ทำงานร่วมกับ AI และสั่งการด้วยเสียงกำลังมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น
- 5G Standalone (SA): ปัจจุบันมีผู้ให้บริการประมาณ 70 รายทั่วโลกที่เปิดให้บริการ 5G SA แล้ว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของ 5G ได้อย่างเต็มที่
–เตือนภัย! AI Cloud Workloads 7 ใน 10 มีช่องโหว่ร้ายแรง เสี่ยงกระทบองค์กรทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้







