สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับความเชื่อมั่นทางดิจิทัลของประเทศ จัดงานประชุมนานาชาติ “Digital Trust Thailand 2026 – ดิจิทัลไทย มาตรฐานโลก” เร่งขับเคลื่อน Digital ID 2.0 รองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ทั้งภาครัฐและเอกชน หวังสร้างรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมโยงสู่สากล
ภายในงานได้รับเกียรติจาก แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานพร้อมมอบนโยบาย และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะจากกิจกรรม ETDA Boot Camp 2026 เวทีพัฒนาโซลูชันด้าน Digital ID, Verifiable Credential และ Digital Document Wallet สำหรับคนรุ่นใหม่
ยุทธศาสตร์ ONE ID ดัน Digital ID เป็น National Trust Services
กระทรวงดิจิทัลฯ มีทิศทางชัดเจนในการพัฒนา Digital ID ให้เป็นบริการพื้นฐานของประเทศ (National Trust Services) ภายใต้กรอบการพัฒนา Digital ID Framework ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568–2570) ที่มุ่งขยายผลการใช้งานสู่ทุกภาคส่วน ควบคู่กับการผลักดันแนวคิด “ONE ID” เชื่อมโยงฐานข้อมูลดิจิทัลรายบุคคลของหน่วยงานรัฐเข้าด้วยกัน เพื่อให้บริการภาครัฐไร้รอยต่อ ลดภาระด้านเอกสาร และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนผ่านระบบ Single Sign-On
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการเชื่อมต่อระบบ Digital ID ผ่านบริการ e-Service ของภาครัฐแล้วกว่า 1,797 บริการ เช่น การเสียภาษี การย้ายทะเบียนบ้าน และการตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล โดยมีบัญชีผู้ใช้งานสะสมผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น ThaID, ทางรัฐ, หมอพร้อม, เป๋าตัง และ NDID รวมแล้วมากกว่า 162.63 ล้านบัญชี (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569)
ก้าวต่อไปและเป้าหมายสู่ระดับโลก
ETDA กำลังเร่งยกระดับไปสู่ Digital ID 2.0 เพื่อขยายขอบเขตการใช้งานให้ครอบคลุมกลุ่มนิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง สำหรับภาคธุรกิจมีการส่งเสริมการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแพลตฟอร์มลงนามเอกสารแบบบูรณาการ (Integrated Document Signing Platform: IDSP) เพื่อรองรับการทำ e-Contract และการลงนามแทนนิติบุคคล ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อน e-Signature, Verifiable Credential และ Digital Document Wallet เพื่อให้ประชาชนจัดเก็บเอกสารสำคัญในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย
ด้าน ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ได้เผยข้อมูลในหัวข้อ “The Pulse of Thailand’s Digital Trust: Statistical Insights of e-Signature Growth and the Roadmap for Digital ID 2.0” โดยระบุถึงสถิติการเติบโตของ e-Signature และแนวทางการพัฒนา Digital ID 2.0 ที่จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลของไทย
นอกจากนี้ งานประชุมดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากองค์กรระดับโลกและหน่วยงานชั้นนำ อาทิ World Bank, FIDO Alliance, WCAP, Thales Thailand และ SecureMetric Technology มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยี Passkeys, Decentralized Ecosystem, การผสาน AI กับระบบความเชื่อมั่นดิจิทัล และ Post-Quantum Cryptography เพื่อเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทยในการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต และพร้อมเชื่อมโยงสู่บริการระดับอาเซียนต่อไป
–Nuvola Media เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ยกระดับการบริหารจัดการเมืองและโครงสร้างพื้นฐานในไทยแบบเรียลไทม์







