instax mini Evo Cinema กล้องไฮบริด ‘ถ่ายวิดีโอ-พิมพ์รูป’ ในตัวเดียว พร้อมปุ่ม Eras Dial ย้อนยุคสุดคลาสสิก

instax mini Evo Cinema กล้องไฮบริด 'ถ่ายวิดีโอ-พิมพ์รูป' ในตัวเดียว พร้อมปุ่ม Eras Dial ย้อนยุคสุดคลาสสิก

ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) เปิดตัว instax mini Evo Cinema กล้องรุ่นท็อปใหม่ล่าสุดในตระกูล Evo Series ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘one camera, decades of possibilities’ พลิกโฉมการใช้งานให้ครบเครื่องแบบ 3-in-1 ทั้งถ่ายวิดีโอสั้น, ภาพนิ่ง และเป็นเครื่องพิมพ์ภาพจากสมาร์ตโฟน เตรียมวางจำหน่ายในไทย 28 มกราคมนี้

ครั้งแรกของตระกูล instax กับการบันทึกวิดีโอและส่งต่อผ่าน QR Code

ความโดดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของ mini Evo Cinema คือความสามารถในการบันทึกวิดีโอสั้นความยาวสูงสุด 15 วินาที โดยผู้ใช้งานสามารถเลือก “ช็อตที่ใช่” จากวิดีโอมาพิมพ์เป็นภาพฟิล์ม instax ที่มาพร้อมกับ QR Code เมื่อสแกนจะสามารถรับชมวิดีโอต้นฉบับหรือดาวน์โหลดเพื่อแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที ถือเป็นการเชื่อมโยงเสน่ห์ของภาพพิมพ์เข้ากับโลกดิจิทัลได้อย่างลงตัว

ย้อนเวลากับเอฟเฟกต์ 100 รูปแบบผ่านปุ่ม ‘Eras Dial’

ตัวกล้องมาพร้อมฟังก์ชันใหม่อย่าง Eras Dial (ปุ่มเปลี่ยนยุค) ที่ให้ผู้ใช้เลือกเอฟเฟกต์ภาพและเสียงได้ถึง 10 ยุคสมัย เช่น โทนสีจากกล้องฟิล์ม 8 มม. ในปี 1960 หรือโทนทีวีจอแก้วในปี 1970 ซึ่งเก็บรายละเอียดทั้ง Noise และความสั่นไหวของภาพให้ดูสมจริง นอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับเอฟเฟกต์ได้อีก 10 ระดับ รวมเป็นการสร้างสรรค์ภาพได้มากกว่า 100 รูปแบบ พร้อมเสียงประกอบแบบอนาล็อกขณะใช้งานที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการถ่ายภาพ

instax mini Evo Cinema กล้องไฮบริด 'ถ่ายวิดีโอ-พิมพ์รูป' ในตัวเดียว พร้อมปุ่ม Eras Dial ย้อนยุคสุดคลาสสิก

ดีไซน์ Classic Modern ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก FUJICA Single-8

mini Evo Cinema ยังคงเสน่ห์ความวินเทจด้วยบอดี้สีดำ-เทา และกริปแนวตั้งที่ถอดแบบมาจากกล้อง FUJICA Single-8 ปี 1965 ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถือกล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาดเล็ก มาพร้อมการควบคุมแบบอนาล็อกที่แม่นยำ ทั้งปุ่ม Eras Dial ที่มีเสียงคลิกชัดเจน และคันโยกสำหรับสั่งพิมพ์ภาพ (Print Lever) ที่ให้ความรู้สึกเหมือนการกรอฟิล์มจริง

เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอปฯ instax mini Evo

เพื่อเพิ่มความคล่องตัว กล้องรุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Bluetooth และ Wi-Fi ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อการส่งไฟล์ที่รวดเร็วและการตัดต่อวิดีโอเบื้องต้น

  • Video Editing: รวมคลิปได้ยาวสูงสุด 30 วินาที พร้อมใส่เทมเพลตเปิด-ปิดสไตล์ภาพยนตร์
  • Poster Template: สร้างสรรค์ภาพพิมพ์ในรูปแบบโปสเตอร์หนังที่ใส่ข้อความได้ตามใจ
  • Direct Print: สั่งพิมพ์รูปถ่ายจากมือถือออกมาเป็นฟิล์ม instax ได้ทันที

เตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 28 มกราคม 2569 ในราคา 12,990 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook “Instax Thailand”

Dreame เปิดตัว Leaptic Cube กล้อง Action Cam จิ๋วสเปกโหด ถ่ายชัดระดับ 8K แยกชิ้นส่วนได้

Scroll to Top