True Digital Group ผนึกกำลังกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สร้างสรรค์หุ่นยนต์อัจฉริยะชื่อ “Happy” ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกในประเทศไทยที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยงานในวอร์ดรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน งานนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อในพลังของ Human-Technology หรือเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มและส่งเสริมความเป็นมนุษย์เป็นสำคัญ
จากความฝันวัยเด็ก สู่หุ่นยนต์ผู้ช่วยทางการแพทย์ที่กู้ชีพบุคลากร
สุริยา ก้อนคำ หัวหน้าทีมสร้างหุ่นยนต์ของ True Digital Group เผยว่าความหลงใหลในหุ่นยนต์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แม้จะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากสถาปัตยกรรมและงานด้านการตลาด แต่ประสบการณ์กว่าสิบปีในการทำงานกับบริษัท Semi-Conductor ยักษ์ใหญ่ของโลก ทำให้เขามีโอกาสได้พัฒนาหุ่นยนต์ในฝันของตัวเอง
แรงบันดาลใจสำคัญของคุณสุริยาคือการสร้างหุ่นยนต์ที่ทำงานตามหลัก 3D ได้แก่ Dirty (งานสกปรก), Dull (งานทำซ้ำๆ), และ Dangerous (งานอันตราย) เพื่อลดความเสี่ยงให้มนุษย์ในสถานการณ์อันตราย เช่น งานกู้ภัย เหตุไฟป่า หรือการส่งอุปกรณ์การแพทย์ในพื้นที่ภัยพิบัติ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เคยมีโอกาสได้ร่วมพัฒนาหุ่นยนต์กู้ภัยในประเทศญี่ปุ่น และได้นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยในโรงพยาบาลสนามช่วงวิกฤต COVID-19
ภารกิจสุดท้าทาย: หุ่นยนต์กู้ภัยรังสีไอโอดีน
ในปี 2566 เมื่อ True Digital Group ร่วมมือกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ในการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อช่วยงานรักษาโรคมะเร็งไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ทำให้คุณสุริยามองเห็นทันทีว่านี่คือภารกิจที่เข้าข่ายหลักการ 3D อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะการรักษาด้วยสารรังสีไอโอดีนเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง บุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล ไปจนถึงแม่บ้าน มีโอกาสได้รับรังสีที่แผ่ออกมาจากการขนส่งยาหรือจากตัวผู้ป่วยเอง ทำให้ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นเพื่อให้ปริมาณสารรังสีในร่างกายลดลงก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

Happy หุ่นยนต์ที่เข้าใจและเข้าถึงผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
หุ่นยนต์ที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยในวอร์ดรักษาจึงถูกตั้งชื่อว่า “Happy” ซึ่งพัฒนาขึ้นจากแนวคิด Outside-In ที่มุ่งเน้นความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก โดยใช้กระบวนการ Design Thinking ในการระดมสมองร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ได้ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์และปลอดภัยที่สุด ได้แก่
- ขนส่ง: ขนส่งสารรังสีไอโอดีน ยา เวชภัณฑ์ และอาหาร
- Telemedicine: ให้แพทย์สามารถวิดีโอคอลปรึกษาและสอบถามอาการผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์
- วัดและบันทึกสัญญาณชีพ: ตรวจวัดค่าชีพจร ความดัน และจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว
- สำรวจและตรวจวัดรังสี: ตรวจวัดการปนเปื้อนของรังสีในห้องพักผู้ป่วยด้วยไกเกอร์มิเตอร์
นอกจากฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันแล้ว “Happy” ยังถูกออกแบบด้วยแนวคิด Humanize ที่ผสานความอบอุ่นและเป็นมิตรเข้าไป ด้วยดีไซน์รูปแมวที่น่ารัก สีสันสดใส และเสียงพูดที่นุ่มนวล เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศที่สดใส และลดความกังวลให้แก่ผู้ป่วย ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าผู้ป่วยรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อมี “Happy” เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการรักษา และยังช่วยให้พวกเขามีกำลังใจที่ดีขึ้นด้วย
ปัจจุบัน หุ่นยนต์ Happy ใช้งานจริงในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มาแล้ว 2 ปี ครอบคลุมผู้ป่วยกว่า 1,200 เตียง และได้รับรางวัล Chairman Award จาก CP Innovation & Symposium 2025 รวมถึงรางวัลเลิศรัฐระดับดีเด่นประจำปี 2567 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของนวัตกรรมที่เกิดจากความหลงใหลในเทคโนโลยีและเป้าหมายที่ต้องการสร้างคุณค่าเพื่อสังคมอย่างแท้จริง
ก้าวต่อไป: สู่หุ่นยนต์เพื่อนคู่กาย Companion Bot
สุริยา ทิ้งท้ายบทสนทนาด้วยความฝันสูงสุดในการสร้าง Companion Bot หุ่นยนต์ที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่กายที่สามารถติดตัวไปได้ทุกที่ ซึ่งเมื่อผสานกับเทคโนโลยี AI และ Physical AI ในปัจจุบัน หุ่นยนต์เหล่านี้จะฉลาดขึ้นและสามารถช่วยเหลือมนุษย์ในชีวิตประจำวันได้อย่างแพร่หลาย เหมือนกับที่ “Happy” ได้พิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีสามารถเป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่ยังเป็นมิตรที่สร้างรอยยิ้มและกำลังใจได้อีกด้วย
–The 1 Insight ชี้เทรนด์ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค “Grocery” โตต่อเนื่องทุกเจเนอเรชัน สวนทางสภาวะเศรษฐกิจ







