หัวเว่ย คลาวด์ ประกาศรุกตลาดเทคโนโลยีไทยในงาน Huawei Cloud Summit Thailand 2026 เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน “Agentic AI” มุ่งแก้โจทย์การทำงานอัตโนมัติ พร้อมเปิดทดสอบ “CodeArts Agent OBT” ดึง AI ช่วยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยสร้างโค้ด รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภายในงานจัดขึ้นโดยรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมี ซันนี ชาง ประธาน หัวเว่ย คลาวด์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และผู้แทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมแบ่งปันทิศทางนโยบาย AI ระดับชาติ และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน รวมถึง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ที่ร่วมนำเสนอกรณีศึกษาการพัฒนา AI Chatbot และผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับภาครัฐ
วางรากฐานใหม่ด้วย Agentic Infrastructure
สุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ระบุว่า หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานประมวลผลเพื่อองค์กร โดยหัวใจสำคัญคือ Agentic Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent โดยเฉพาะ เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลโทเค็น การจัดสรรทรัพยากรร่วมกัน และการเรียนรู้ต่อเนื่องอย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ ได้เปิดตัว 4 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่:
- UnifiedBus-based AI Cluster Service (AICS): ประมวลผลโทเค็นประสิทธิภาพสูง
- Agentic Memory Storage Service (AMS): ระบบจัดเก็บหน่วยความจำระดับเพตะไบต์ (PB) ขจัดข้อจำกัดเรื่องความจำ ช่วยให้ AI เรียนรู้ระยะยาว
- AgentSphere: สภาพแวดล้อมการทำงานของ AI Agent ที่ปลอดภัยและเป็นอัตโนมัติ
- CCE VolcanoNext: ระบบบริหารจัดสรรทรัพยากรประมวลผลสำหรับงานทั่วไปและ AI แบบรวมศูนย์
ปล่อย CodeArts Agent OBT เสริมพลังนักพัฒนาไทย
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว Huawei Cloud CodeArts Agent Open Beta Testing (OBT) ซึ่งผสานระบบพัฒนา (IDE) ระบบพัฒนาอัตโนมัติ และโมเดลเขียนโค้ดด้วย AI เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักพัฒนาและองค์กรไทยได้ทดลองใช้งาน โดยรองรับการสร้างโค้ดระดับโครงการ การเติมโค้ด การตอบคำถามงาน R&D และการสร้าง Unit Test อัตโนมัติ
แพลตฟอร์มยังใช้แนวคิด Specification-Driven Development (SDD) ควบคุมคุณภาพโค้ด และมี Agent Team Mode ที่จำลองทีมพัฒนาเสมือน ให้ AI Agent หลายตัวทำงานร่วมกันได้พร้อมกัน ช่วยลดงานซ้ำซ้อนและนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ยกระดับ ความมั่นคงปลอดภัย และอธิปไตยด้านข้อมูล
เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ หัวเว่ย คลาวด์ ได้ยกระดับความปลอดภัยครอบคลุมตลอดวงจร AI พร้อมนำเสนอ Dedicated Security Zone สำหรับองค์กรที่เน้นอธิปไตยด้านข้อมูล (Data Sovereignty) ให้ลูกค้าบริหารจัดการกุญแจเข้ารหัสได้เอง ป้องกันผู้ดูแลระบบเข้าถึงข้อมูล พร้อมเทคโนโลยี Data Capsule ที่จำกัดการใช้งานข้อมูลเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ต่อยอดโซลูชันสู่จริงในหลากหลายอุตสาหกรรม
ภายในงานยังมีการนำเสนอกรณีศึกษาการใช้ AI และ Large Language Models (LLMs) ในภาคการเงิน ธนาคาร และการพัฒนาทักษะบุคลากร พร้อมการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง AIS และ หัวเว่ย คลาวด์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และยกระดับภาคการผลิตของประเทศไทยสู่อนาคต







