Gartner ยก Huawei Cloud เป็น “ผู้นำ” Magic Quadrant ด้านการจัดการคอนเทนเนอร์ปี 2025

Gartner ยก Huawei Cloud เป็น “ผู้นำ” Magic Quadrant ด้านการจัดการคอนเทนเนอร์ปี 2025

Gartner ประกาศผลรายงาน Magic Quadrant สำหรับการจัดการคอนเทนเนอร์ประจำปี 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) อยู่ในกลุ่ม “ผู้นำ” (Leader) ซึ่งการยอมรับในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญเชิงลึกและการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ในเทคโนโลยี Cloud Native 2.0 ของหัวเว่ย

ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอนเทนเนอร์ที่ล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น CCE Turbo, CCE Autopilot, Cloud Container Instance (CCI) และบริการคลาวด์เนทีฟแบบกระจาย UCS ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เนทีฟที่แข็งแกร่ง รองรับการจัดการเวิร์กโหลดคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ ทั้งบนสภาพแวดล้อมคลาวด์สาธารณะ, คลาวด์แบบกระจาย, ไฮบริดคลาวด์ และเอดจ์ (Edge)

หัวเว่ย คลาวด์ แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันที่โดดเด่นในทุกกรณีการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโดเมนคอนเทนเนอร์ AI ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่, การปรับปรุงแอปพลิเคชันเดิมสู่คอนเทนเนอร์, แอปพลิเคชันบนเอดจ์ และไฮบริดคลาวด์

พิสูจน์ความสำเร็จผ่านการใช้งานจริงโดยลูกค้าทั่วโลก

ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีจาก หัวเว่ย คลาวด์ ได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านความสำเร็จของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม

  • Ninja Van ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำในสิงคโปร์ นำ Huawei Cloud CCE มาใช้เต็มรูปแบบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลคำสั่งซื้อได้ถึง 40% และรับประกันว่าบริการจะไม่หยุดชะงักแม้ในช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด
  • Starzplay แพลตฟอร์ม OTT ในตะวันออกกลางและเอเชียกลาง ใช้ Huawei Cloud CCI เปลี่ยนผ่านสู่สถาปัตยกรรมแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ ทำให้สามารถจัดการคำขอเข้าใช้งานนับล้านครั้งช่วงการแข่งขัน Cricket World Cup 2024 พร้อมลดต้นทุนทรัพยากรลง 20%
  • Chilquinta Energía หนึ่งในบริษัทพลังงานรายใหญ่ของชิลี อัปเกรดแพลตฟอร์มบิ๊กดาต้าด้วย CCE Turbo ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้นถึง 90%
  • Meitu แพลตฟอร์มสร้างสรรค์ภาพชั้นนำของจีน ใช้บริการ CCE เพื่อจัดการทรัพยากรประมวลผล AI รองรับผู้ใช้งานกว่า 200 ล้านคนต่อเดือนได้อย่างราบรื่น

มุ่งมั่นสู่อนาคตด้วย AI และการพัฒนาโอเพนซอร์ส

หัวเว่ย คลาวด์ ไม่เพียงเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักของวงการโอเพนซอร์ส ในฐานะผู้สนับสนุนของ Cloud Native Computing Foundation (CNCF) มาอย่างยาวนาน และเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายเดียวในจีนที่ดำรงตำแหน่งรองประธานในคณะกรรมการกำกับดูแลด้านเทคนิค (TOC) ของ CNCF

ในยุคของ AI หัวเว่ย คลาวด์ ได้ยกระดับ Cloud Native 2.0 ไปอีกขั้นด้วยการผสานรวม AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานอย่างสมบูรณ์แบบ ผ่าน 3 แนวทางหลัก:

  1. คลาวด์สำหรับ AI (Cloud for AI): คลัสเตอร์ CCE AI ถูกออกแบบมาเพื่อเร่งความเร็วในการฝึกฝนและอนุมาน AI ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  2. AI สำหรับคลาวด์ (AI for Cloud): เปิดตัว CCE Doer เอเจนต์ AI ที่ช่วยให้การจัดการคลัสเตอร์คอนเทนเนอร์เป็นไปอย่างอัตโนมัติและชาญฉลาด สามารถวินิจฉัยปัญหาได้อย่างแม่นยำ
  3. วิวัฒนาการสู่ Serverless: นำเสนอผลิตภัณฑ์คอนเทนเนอร์ไร้เซิร์ฟเวอร์ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถมุ่งเน้นที่การสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน และเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนได้สูงสุดถึง 40%

ภัยคุกคาม APT ในไทยยังน่าห่วง Kaspersky ชี้อาชญากรรมไซเบอร์ใช้ AI พัฒนาเครื่องมือโจมตี

Scroll to Top