ภัยคุกคาม APT ในไทยยังน่าห่วง Kaspersky ชี้อาชญากรรมไซเบอร์ใช้ AI พัฒนาเครื่องมือโจมตี

ภัยคุกคาม APT ในไทยยังน่าห่วง Kaspersky ชี้อาชญากรรมไซเบอร์ใช้ AI พัฒนาเครื่องมือโจมตี

Kaspersky เผยถึงสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบขั้นสูง หรือ APT (Advanced Persistent Threats) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดยระบุว่า ไทยยังคงเป็นเป้าหมายของการโจมตี แม้จะมีความถี่น้อยกว่าบางประเทศในอาเซียน แต่ภัยคุกคามยังคงอยู่และพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง โดยอาชญากรรมไซเบอร์ หันมาใช้ AI พัฒนาเครื่องมือโจมตีมากขึ้น

จากข้อมูลของ Kaspersky ในปี 2024 พบว่า สถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การโจมตีจาก Trojan Banker ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 196% มุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์สมาร์ทโฟนของผู้ใช้งาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมการใช้งานในยุคดิจิทัลที่เน้นการทำธุรกรรมผ่านมือถือ

ขณะที่โซลูชันด้านความปลอดภัยของ Kaspersky สามารถยับยั้งการโจมตีทางไซเบอร์ได้ถึง 4.9 พันล้านครั้ง และป้องกันการโจมตีจากแหล่งออนไลน์ต่างๆ ได้อีก 302 ล้านครั้ง

อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามที่น่าจับตามองและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ คือ การพยายามหลอกล่อให้ผู้ใช้งานคลิกลิงก์ฟิชชิง ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 893 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งถือเป็นด่านแรกของการโจมตีที่มักนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน

ภัยคุกคาม APT ในไทยยังน่าห่วง ผู้เชี่ยวชาญชี้อาชญากรรมไซเบอร์ใช้ AI พัฒนาเครื่องมือโจมตี

ความท้าทายในการรับมือภัย APT และการใช้ AI

การโจมตี APT จำนวนมากใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อเข้าสู่เป้าหมายหลัก โดยอีเมล Phishing ยังคงเป็นช่องทางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในการโจมตี APT ขั้นต้น

นูชิน ชาบับ นักวิจัยความปลอดภัยอาวุโส ทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลก (GReAT) แคสเปอร์สกี้ ชี้ว่า การรับมือกับ APT ต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้งในพฤติกรรม เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพราะฉะนั้นการคาดการณ์แนวโน้มการโจมตีในอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ภัยคุกคาม APT ในไทยยังน่าห่วง ผู้เชี่ยวชาญชี้อาชญากรรมไซเบอร์ใช้ AI พัฒนาเครื่องมือโจมตี

นอกจากนี้ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในอาชญากรรมไซเบอร์ยังเป็นอีกหนึ่งความกังวล แม้ว่า AI อาจไม่เหมาะกับผู้โจมตีมือใหม่ แต่สำหรับกลุ่ม APT ที่มีความเชี่ยวชาญสูงอยู่แล้ว AI จะช่วยให้พวกเขาสร้างเครื่องมือที่ซับซ้อนและหลบเลี่ยงการตรวจจับได้นานขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์เองก็ใช้ AI มาเป็นเครื่องมือในการป้องกันมานานแล้วเช่นกัน

ภัยคุกคาม APT ในไทยยังน่าห่วง ผู้เชี่ยวชาญชี้อาชญากรรมไซเบอร์ใช้ AI พัฒนาเครื่องมือโจมตี

นูชิน แนะนำว่า องค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐ ควรจัดตั้งทีมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์โดยเฉพาะ หรือขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อตรวจสอบและวางแผนป้องกันล่วงหน้า

ถึงแม้บางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจมีงบประมาณจำกัด แต่การลงทุนในโซลูชันความปลอดภัยที่สามารถตรวจจับกิจกรรมต้องสงสัยได้ก็ยังคงเป็นทางออกที่คุ้มค่า

รู้จักกับกลุ่ม APT ใน APAC: ภัยเงียบที่ร้ายกาจ

ในช่วงปี 2024 – 2025 Kaspersky พบกลุ่ม APT ที่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างน้อย 12 กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความซับซ้อนและมีศักยภาพสูง ได้แก่ Lazarus, Spring Dragon, Sidewinder, TetrisPhantom, OceanLotus, HoneyMyte, ToddyCat, Confucius, Bitter, Dropping Elephant, Mysterious Elephant และ Kimsuky แต่ละกลุ่มมีเทคนิคและเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป

  • Lazarus: เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้คุกคามที่มีชื่อเสียงและมีความซับซ้อนมากที่สุด โดยล่าสุดมีการโจมตีในชื่อ “Operation Dream Scape” พุ่งเป้าไปที่ 6 องค์กรในเกาหลีใต้ ทั้งสถาบันการเงิน ไอที การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และโทรคมนาคม โดยใช้เทคนิคการโจมตีแบบ Watering Hole ผสมผสานกับการใช้ช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่น
  • Spring Dragon: กลุ่มนี้มีความเคลื่อนไหวมานานกว่า 10 ปี โดยมีเป้าหมายหลักคือหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ฮ่องกง และไทย แม้จำนวนการโจมตีจะลดลง แต่ความซับซ้อนของเครื่องมือกลับเพิ่มขึ้น
  • Sidewinder: จัดเป็นกลุ่มที่ก้าวร้าวที่สุดใน APAC โดยใช้การโจมตีแบบ Spear-Phishing เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงเป้าหมาย ล่าสุดมีการเพิ่ม “Stealer Bot” ซึ่งเป็นเครื่องมือสอดแนมแบบแยกส่วนที่ซับซ้อน เพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินเรือและโลจิสติกส์
  • HoneyMyte: เป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวมานาน 7-8 ปี เป้าหมายหลักคือองค์กรในเอเชียและแอฟริกา ล่าสุดพบการใช้เครื่องมือ “Bucky Stealer” เพื่อขโมยคุกกี้จากเบราว์เซอร์ และ “TornShell” ในการโจมตีองค์กรในเมียนมา
  • ToddyCat: กลุ่มนี้เป็นที่รู้จักตั้งแต่ปี 2020 โดยมีเป้าหมายเป็นองค์กรสำคัญในยุโรปและเอเชีย ล่าสุดมีการเพิ่มเครื่องมือใหม่เพื่อรวบรวมและส่งข้อมูลจากเครื่องเหยื่อไปยังสภาพแวดล้อมคลาวด์ พร้อมทั้งใช้ช่องโหว่ของ Windows Kernel เพื่อปิดใช้งานระบบเฝ้าระวัง
  • Mysterious Elephant: กลุ่มนี้ถูกค้นพบในปี 2023 โดยใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอื่น แต่เป็นเวอร์ชันที่อัปเดตแล้ว โดยเน้นโจมตีองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกิจการต่างประเทศของปากีสถาน
  • TetrisPhantom: ค้นพบในปี 2023 มีการโจมตีที่ซับซ้อนมาก โดยมุ่งเป้าไปที่ไดรฟ์ USB ที่ปลอดภัยซึ่งพัฒนาโดยหน่วยงานรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการเก็บข้อมูลจากระบบ Air-Gapped

ภัยอาชญากรรมไซเบอร์: โจมตีบุคคลทั่วไปอย่างแนบเนียน

นอกจากการโจมตีองค์กรแล้ว Kaspersky ยังพบการโจมตีอาชญากรรมไซเบอร์ที่พุ่งเป้ามาที่บุคคลทั่วไปใน APAC

  • Creal Stealer: เป็นแคมเปญที่ล่อลวงเหยื่อด้วย “บัตรเชิญงานแต่งงานปลอม” ผ่านแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น WhatsApp และ Telegram เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ ระบบจะติดตั้งเครื่องมือที่ขโมยข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือและใช้บัญชีเพื่อส่งข้อความหลอกลวงขอเงินจากรายชื่อผู้ติดต่อ
  • SpyCat: เป็นมัลแวร์ขโมยข้อมูลคริปโตเคอร์เรนซีตัวแรกที่ใช้เทคโนโลยี Optical Recognition โดยจะสแกนรูปภาพในแกลเลอรีของผู้ใช้เพื่อค้นหา Seed Phrase หรือ Recovery Phrase ของกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งพบการโจมตีใน App Store และ Google Play แต่ถูกนำออกแล้วหลังจากถูกตรวจพบ

การโจมตีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของภัยคุกคามไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ผู้คุกคามปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ

เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับและเข้าถึงเป้าหมายได้นานที่สุด ดังนั้นการป้องกันจึงต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง และความตระหนักรู้ของผู้ใช้งานควบคู่กันไป

นูชิน กล่าวทิ้งท้ายว่า Kaspersky ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงาน CERT (Computer Emergency Response Team) และหน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของภาครัฐทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามที่อาจมุ่งเป้ามายังประเทศนั้นๆ ช่วยให้หน่วยงานต่างๆ สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังมีการส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือองค์กรต่างๆ ในการสืบสวนและแก้ไขสถานการณ์การโจมตีที่มีความอ่อนไหวสูงด้วย

ภัยคุกคามไซเบอร์จู่โจมภาคพลังงาน! ไทยเร่งติดเกราะดิจิทัล รับมือ ransomware และกฏหมายใหม่

Scroll to Top