แฮกเกอร์ป่วนฝรั่งเศส เจาะระบบตู้แช่ห้างดัง ดันอุณหภูมิพุ่ง 50 องศาฯ ทำอาหารเน่าเสีย สูญหลายสิบล้านยูโร

แฮกเกอร์ป่วนฝรั่งเศส เจาะระบบตู้แช่ห้างดัง ดันอุณหภูมิพุ่ง 50 องศาฯ ทำอาหารเน่าเสีย สูญหลายสิบล้านยูโร

ซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างค้าปลีกชั้นนำกว่า 400 สาขาทั่วประเทศฝรั่งเศส เผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่พร้อมกันในชั่วข้ามคืน โดยกลุ่มแฮกเกอร์ได้เจาะเข้าระบบควบคุมความเย็นจากระยะไกล ปรับเร่งอุณหภูมิตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งให้พุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในบางจุด และอาหารสดรวมถึงอาหารแช่แข็งเน่าเสียจนต้องสั่งทิ้งทั้งหมด สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในวันเดียวประเมินมูลค่าหลายสิบล้านยูโร

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันในช่วงดึกของคืนวันอาทิตย์ล่วงเข้าสู่วันจันทร์ อาศัยจังหวะเวลาที่พนักงานเลิกงานและห้างปิดทำการ โดยกลุ่มแฮกเกอร์เจาะเข้าสู่ระบบควบคุมความเย็นส่วนกลางผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งตามปกติเป็นช่องทางที่บริษัทผู้ดูแลระบบใช้เข้าถึงเพื่อตรวจสอบและบำรุงรักษาจากระยะไกล คนร้ายสั่งบังคับเปิดวงจรละลายน้ำแข็งแบบผิดปกติและเร่งความร้อนต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง ส่งผลให้อุณหภูมิภายในตู้แช่ขยับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแทนที่จะรักษาความเย็นตามปกติ

เช้าวันรุ่งขึ้น พนักงานและผู้จัดการสาขาจำนวนมากที่เดินทางมาเปิดร้านต้องเผชิญกับคลื่นลมร้อนที่พัดออกมาจากตู้แช่แข็ง โดยพบว่าตู้แช่ไอศกรีมมีอุณหภูมิพุ่งแตะ 26.5 องศาเซลเซียส หรือเทียบเท่าอุณหภูมิห้องทั่วไป สินค้าประเภทไอศกรีมละลายไหลทะลักออกจากบรรจุภัณฑ์เปรอะเปื้อนพื้นร้านและทางเดินเท้าด้านนอก ชั้นวางสินค้ากลายสภาพเป็นชั้นว่างเปล่าในทันที เนื่องจากพนักงานต้องเร่งลำเลียงอาหารที่ละลายแล้วขึ้นรถเข็นไปทิ้งลงถังขยะขนาดใหญ่ทั้งหมด เพื่อตัดวงจรความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค

บรรดาเชนค้าปลีกระดับแถวหน้าของฝรั่งเศสได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น Intermarché และแบรนด์ลูกอย่าง Netto ที่มีสาขาถูกโจมตีรวมกันมากกว่า 300 แห่ง ขณะที่ Coopérative U ได้รับความเสียหายมากกว่า 100 สาขา ทางด้าน Carrefour เครือข่ายค้าปลีกเบอร์ใหญ่ระบุว่ามีตู้แช่ใน 80 สาขาถูกแฮก ส่วน Monoprix ยืนยันว่ามีสาขาได้รับผลกระทบราวร้อยละ 5 ของสาขาทั้งหมด และ E.Leclerc ก็เผชิญปัญหาขัดข้องในหลายสาขาเช่นกัน เพื่อสกัดกั้นความเสียหาย ห้างร้านกว่า 100 แห่งต้องเร่งตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทำความเย็นออกจากระบบอินเทอร์เน็ตโดยด่วน

ต้นตอของการถูกแทรกซึมตรวจพบว่าเกิดจากช่องโหว่ในซอฟต์แวร์และแผงควบคุมระบบจัดการความเย็น Danfoss AK-SM 800A ของบริษัทวิศวกรรมสัญชาติเดนมาร์ก ซึ่งอุปกรณ์ที่ตกเป็นเป้าหมายทำงานด้วยเฟิร์มแวร์รุ่นเก่าที่ไม่ได้อัปเดตระบบความปลอดภัย ช่องโหว่ดังกล่าวเปิดทางให้ผู้ไม่หวังดีสามารถข้ามขั้นตอนการยืนยันตัวตนและส่งคำสั่งควบคุมอุปกรณ์จากภายนอกได้โดยตรง ทั้งนี้ ปัญหาการถูกโจมตีระบบทำความเย็นยังขยายวงกว้างไปยังประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป ทั้งสเปน โปรตุเกส โปแลนด์ เยอรมนี และเบลเยียม

วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญ เมื่อการโจมตีทางไซเบอร์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การขโมยข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่เริ่มลุกลามเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานในชีวิตประจำวันอย่างห่วงโซ่อาหารของประชาชน ซึ่งความเสียหายเฉพาะหน้าจากอาหารที่ถูกทิ้งคาดว่าจะสูงถึงหลายสิบล้านยูโร และอาจไม่ครอบคลุมในกรมธรรม์ประกันภัยทั่วไป

ขณะนี้สำนักงานอัยการกรุงปารีสและสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติของฝรั่งเศสกำลังเดินหน้าสอบสวนคดีอาญาทางไซเบอร์อย่างเร่งด่วน พร้อมประสานงานร่วมกับพันธมิตรยุโรปเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่อาจขยายผลไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ ต่อไป

ที่มา 1 , 2 , 3 , 4

–AOC 1441 เตือนภัยวัยเกษียณ 8 เดือนสูญกว่า 3.1 พันล้าน ชี้ 4 กลโกงมุ่งฮุบเงินก้อนทั้งชีวิต