เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ 16 หน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อสนับสนุนโครงการ “DE-fence platform” แพลตฟอร์มที่จะเป็นปราการด่านสำคัญในการป้องกันการโทรศัพท์และ SMS หลอกลวงจาก “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2568
จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พบว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ถึงมีนาคม 2568 มีการรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทางออนไลน์สูงถึง 5.19 แสนคดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 5.07 หมื่นล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาและการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของมิจฉาชีพที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการหลอกลวง โดยเฉพาะการโทรศัพท์และส่ง SMS
โครงการ “DE-fence platform” เกิดขึ้นจากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงดีอี, กสทช., ตร., สกมช., สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรและ SMS หลอกลวง โดยมีเป้าหมายหลักในการแจ้งเตือนประชาชน คัดกรองสายเรียกเข้าและข้อความต้องสงสัย รวมถึงยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานสำคัญ เช่น ตำรวจและสถาบันการเงิน
แพลตฟอร์มนี้เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของผู้ให้บริการโทรคมนาคม, กสทช., หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และกระทรวงดีอี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการหลอกลวงผ่าน SMS
ประเสริฐ กล่าวว่า มาตรการนี้จะดำเนินการควบคู่ไปกับการลงทะเบียนผู้ให้บริการส่ง SMS แนบลิงก์ใหม่ทั้งระบบ ซึ่งต้องมีการลงทะเบียนทุกปี และต้องระบุรายละเอียดของข้อความและลิงก์ เพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายตรวจสอบก่อนส่งถึงผู้ใช้งาน
“การคัดกรองแยกหมายเลขโทรศัพท์ ‘Blacklist’ และ ‘Whitelist’ จะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และ ‘DE-fence platform’ เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งจะช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ” ประเสริฐ กล่าวเสริม
ด้าน เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สดช.) หรือ BDE กล่าวว่า DE-fence platform มีจุดเด่นในการเชื่อมต่อฐานข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการโทรคมนาคม ทำให้ได้ข้อมูลหมายเลขปัจจุบัน รวมถึงเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของ ตร., ปปง., ศูนย์ AOC 1441 และกระทรวงดีอี เพื่อใช้ในการเตือนประชาชนถึงความเสี่ยงของสายโทรเข้าหรือ SMS ก่อนรับหรืออ่าน นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบความผิดปกติของลิงก์ที่แนบมากับ SMS ได้
แพลตฟอร์มนี้ยังมีระบบการแจ้งความออนไลน์และการแจ้งอายัดบัญชีคนร้ายผ่านสายด่วน AOC 1441 พร้อมระบบยืนยันตัวตน เพื่อส่งข้อมูลให้ตำรวจแบบ Real-time ทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถวิเคราะห์ วางแผน และดำเนินการปราบปรามได้อย่างทันท่วงที
หลักการทำงานของ DE-fence platform จะแบ่งหมายเลขโทรศัพท์และ SMS เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่:
- Blacklist (สีดำ): หมายเลขที่ยืนยันแล้วว่าเป็นของมิจฉาชีพ ระบบจะแนะนำให้ผู้ใช้บริการบล็อกโดยอัตโนมัติ
- Greylist (สีเทา): หมายเลขที่น่าสงสัย เช่น โทรจากอินเทอร์เน็ต, ต่างประเทศ หรือมีการแจ้งว่าเป็นเบอร์ต้องสงสัย ระบบจะแจ้งเตือนระดับความเสี่ยง
- Whitelist (สีขาว): หมายเลขหน่วยงานที่ลงทะเบียนถูกต้องและได้รับการยืนยัน เช่น หมายเลขโทร 3-4 หลักของหน่วยงานรัฐ
ในระยะแรก การพัฒนาจะเน้นที่เบอร์โทรและ SMS โดยเฉพาะ Whitelist ของหน่วยงานรัฐ ก่อนจะขยายไปยังหน่วยงานและบริษัทอื่น ๆ รวมถึงขยายการป้องกันและแจ้งเตือน คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้งานประจำกว่า 1 ล้านคน
ประชาชนและผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “DE-fence” (เวอร์ชันทดลอง) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ผ่าน Google Play Store และ Apple Store
ทั้งนี้ สามารถแจ้งเบาะแสข่าวปลอมและอาชญากรรมออนไลน์ได้ที่สายด่วน 1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง), Line ID: @antifakenewscenter และเว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
16 หน่วยงานที่ร่วมลงนาม MOU ในโครงการ DE-fence platform ได้แก่:
- สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
- สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
- ธนาคารแห่งประเทศไทย
- สมาคมธนาคารไทย
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ
- กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด
–ETDA เปิดแคมเปญ “DPS Trust Every Click” ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ยกระดับความเชื่อมั่นบริการดิจิทัล







