Fortinet อัปเกรดใหญ่แพลตฟอร์มความปลอดภัย OT เสริมเกราะป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รับมือภัยไซเบอร์ยุคใหม่

Fortinet อัปเกรดใหญ่แพลตฟอร์มความปลอดภัย OT เสริมเกราะป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รับมือภัยไซเบอร์ยุคใหม่

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ประกาศยกระดับแพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยสำหรับเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) ครั้งสำคัญ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของชาติและไซต์งานอุตสาหกรรมให้รอดพ้นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง การอัปเดตครั้งนี้มาพร้อมนวัตกรรมที่ล้ำหน้ากว่าโซลูชันแบบเดิมๆ มอบความสามารถในการมองเห็นภัยคุกคามในระบบ OT ได้ลึกและละเอียดยิ่งขึ้น พร้อมขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมสมบุกสมบัน รองรับการแบ่งส่วนเครือข่ายและการเชื่อมต่อผ่าน 5G ได้อย่างปลอดภัย

นิราฟ ชาห์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า “ในขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์พุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภาคพลังงาน การขนส่ง และการผลิตมากขึ้น ฟอร์ติเน็ตยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำเสนอโซลูชันที่ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อม OT โดยเฉพาะ การเสริมประสิทธิภาพครั้งล่าสุดนี้ จะมอบเครื่องมือสำคัญให้องค์กรสามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านแพลตฟอร์มรวมศูนย์เพียงหนึ่งเดียว”

เจาะลึกการอัปเดตสำคัญบนแพลตฟอร์มความปลอดภัย OT จากฟอร์ติเน็ต

การยกระดับแพลตฟอร์มครั้งนี้มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในหลายมิติ ตั้งแต่การตรวจจับภัยคุกคามไปจนถึงการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น

การป้องกันภัยคุกคามที่ล้ำลึกยิ่งขึ้น: บริการ FortiGuard OT Security Service ได้รับการเสริมความสามารถใหม่ๆ เพื่อการบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่เหนือชั้นบนอุปกรณ์ FortiGate Rugged NGFWs ทำให้สามารถตรวจจับภัยคุกคามที่ใช้โปรโตคอล OT ได้มากกว่า 3,300 รายการ มีชุดคำสั่งป้องกันการบุกรุก (OT IPS) เกือบ 750 รายการ และสามารถทำเวอร์ชวลแพตช์ (Virtual Patch) เพื่ออุดช่องโหว่ที่เคยถูกโจมตี (KEVs) และความเสี่ยงอื่นๆ ได้กว่า 1,500 รายการ ช่วยปกป้องแม้กระทั่งระบบ OT รุ่นเก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการอัปเดต FortiSRA เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบจากระยะไกลอีกด้วย

ฮาร์ดแวร์ทนทานเพื่อการแบ่งส่วนเครือข่ายและการเชื่อมต่อ 5G: ฟอร์ติเน็ตได้เปิดตัว FortiSwitch Rugged 108F และ FortiSwitch Rugged 112F-POE สวิตช์ระดับอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาเพื่อการแบ่งส่วนเครือข่าย (Network Segmentation) โดยเฉพาะ ช่วยบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยได้ลึกถึงระดับพอร์ต ป้องกันการเคลื่อนไหวของภัยคุกคามภายในเครือข่าย OT

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวโซลูชัน 5G สำหรับสภาพแวดล้อมสมบุกสมบัน 2 รุ่น ได้แก่ FortiExtender Rugged 511G เกตเวย์ WAN 5G ไร้สายมาตรฐาน IP67 สำหรับไซต์งานที่อยู่ห่างไกล และ FortiExtender Vehicle 511G เราเตอร์ 5G มาตรฐาน IP64 สำหรับยานพาหนะ ทั้งสองรุ่นมาพร้อม Wi-Fi 6 ในตัว และคุณสมบัติ eSIM เพิ่มความสะดวกในการเลือกใช้ผู้ให้บริการเครือข่าย

ยกระดับปฏิบัติการความปลอดภัย (SecOps) ด้วย AI: มีการเสริมประสิทธิภาพให้กับ FortiAnalyzer 7.6 และ FortiDeceptor 6.1 เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภัยคุกคามและช่วยให้ทีมงานจัดทำรายงานการปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ง่ายขึ้น ขณะที่ FortiNDR Cloud ได้เพิ่มการรองรับโปรโตคอล OT ใหม่ๆ เพื่อการค้นหาภัยคุกคามเชิงรุก และ FortiNDR (เวอร์ชัน On-premises) เพิ่มฟีเจอร์การแสดงผลตาม Purdue Model และเชื่อมโยงข้อมูลภัยคุกคามกับ Mitre ATT&CK ICS Matrix

แพลตฟอร์มเดียว ปกป้องครบวงจร

แพลตฟอร์มด้านการรักษาปลอดภัยระบบ OT ของฟอร์ติเน็ตโดดเด่นด้วยการมอบความสามารถในการมองเห็นและบริหารจัดการความปลอดภัยแบบรวมศูนย์จากจุดเดียว ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ FortiOS ที่ทำงานสอดประสานกันบน Fortinet Security Fabric ทำให้สามารถปกป้องระบบ OT ได้อย่างครอบคลุมและสมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรม

เสียงตอบรับจากอุตสาหกรรมและความสำเร็จของลูกค้า

ความเป็นผู้นำของฟอร์ติเน็ตได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดย Westlands Advisory ได้ยกย่องให้ฟอร์ติเน็ตเป็น “ผู้นำเพียงรายเดียว” ในรายงาน 2023 IT/OT Network Protection Platforms Navigator™

มานิช โกยัล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ จาก Honeywell Connected กล่าวว่า “ความร่วมมือกับฟอร์ติเน็ตช่วยยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของเรา ทำให้สามารถมอบบริการที่เหนือกว่าในการลดความเสี่ยงและรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่ระดับเอดจ์จนถึงในองค์กร”

ด้าน คริส ลูบินสกี้ วิศวกรด้านความปลอดภัยเครือข่ายจาก Alleima กล่าวว่า “โครงสร้างพื้นฐานของฟอร์ติเน็ตทำให้การเชื่อมต่อเร็วและเสถียรขึ้นอย่างมาก เวลาในการตอบสนองต่อคำขอสนับสนุนก็เร็วขึ้นประมาณ 10 เท่า ทำให้ทุกคนพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง”

ขณะที่ ดร.วูล์ฟกัง บิโทมสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศของ FCC Environment CEE กล่าวเสริมว่า “เครือข่ายใหม่ช่วยลดภาระงานของทีมรักษาความปลอดภัยของเราไปได้อย่างน้อย 15% ทำให้เรามีทรัพยากรเพียงพอที่จะก้าวสู่การปฏิรูปสู่ดิจิทัลในขั้นต่อไปร่วมกับฟอร์ติเน็ต”

Samsung Knox Vault: เกราะป้องกันขั้นสุดสำหรับ Galaxy AI เพิ่มความมั่นใจทุกการใช้งาน

Scroll to Top