เปิดมุมมอง “สารวัตรเติร์ก” ตำรวจไซเบอร์ ชำแหละกลโกงออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้คนไทยเฉลี่ยวันละ 77 ล้านบาท พร้อมถอดบทเรียนจากทฤษฎีอาชญากรรมสู่การป้องกันตัวในชีวิตจริง และเผยบทบาทของเทคโนโลยีอย่าง True CyberSafe ที่เข้ามาช่วยปิดช่องว่างของอาชญากรรมบนโลกดิจิทัล
ในช่วงเวลาเพียง 3 ปีเศษ (มี.ค. 65 – พ.ค. 68) ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ThaiPoliceOnline ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนกว่า 900,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสะสมสูงถึง 9 หมื่นกว่าล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนภาพความเป็นจริงที่ว่า ภัยไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นอาชญากรรมที่พร้อมจะมาเคาะประตูบ้านคุณผ่านหน้าจอมือถือ
ท่ามกลางสมรภูมิอาชญากรรมที่ย้ายฐานสู่โลกออนไลน์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ “ตำรวจไซเบอร์” ได้กลายเป็นหน่วยงานหลักในการรับมือ ทั้งในมิติของการปราบปรามและสร้างเกราะป้องกันผ่านการให้ความรู้แก่ประชาชน โดยหนึ่งในนายตำรวจที่มีบทบาทด้านการสื่อสารเตือนภัย คือ พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ หรือ “สารวัตรเติร์ก” ที่มาให้มุมมองจากประสบการณ์ตรง
อาชญากรรมยุคใหม่ ย้ายจากท้องถนนสู่มือถือ
พ.ต.ต.พากฤต เริ่มต้นด้วยการฉายภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกอาชญากรรมว่า “อาชญากรรมในเวลานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนท้องถนนอีกต่อไป แต่ย้ายเข้าสู่โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือของทุกคน” จากเดิมที่เป็นการ “ลัก วิ่ง ชิง ปล้น” ซึ่งคนร้ายต้องเผชิญหน้ากับเหยื่อและมีความเสี่ยงสูง ปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นการหลอกลวงที่แนบเนียน รวดเร็ว และสร้างความเสียหายได้มหาศาลกว่าเดิม
“อาชญากรรมแบบดั้งเดิมทำให้เหยื่อเสียทรัพย์สินเพียงที่มีอยู่ติดตัว แต่อาชญากรรมไซเบอร์กลับหลอกลวงได้แนบเนียนกว่า และสร้างความเสียหายได้มากกว่า บางรายไม่เพียงแค่โอนเงินจนหมดบัญชี แต่ยังถูกหลอกให้กู้เงินเพิ่มมาโอนให้อีกด้วย ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการเล่นกับจิตวิทยา มากกว่าการใช้กำลัง” พ.ต.ต.พากฤต อธิบาย
กลโกงที่ปรับเปลี่ยนตามวัฒนธรรม
แม้จะเป็นภัยสากล แต่วิธีการของมิจฉาชีพกลับถูกออกแบบให้สอดคล้องกับจิตวิทยาและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ พ.ต.ต.พากฤต ชี้ว่า ในยุโรปมักพบการหลอกลวงเชิงชู้สาว (Romance Scam) แต่ในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทย เหยื่อจำนวนมากกลับตกเป็นเป้าของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
“ความเชื่อที่ปลูกฝังกันมาในสังคมไทย ทั้งความเชื่อถือและความกลัวเกรงอำนาจรัฐ เป็นองค์ประกอบที่ทำให้คนมีแนวโน้มจะเชื่อและทำตามเมื่อมีคนอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กดดัน”
ทฤษฎี “สามเหลี่ยมอาชญากรรม” และการป้องกันด้วยเทคโนโลยี
เมื่ออ้างอิงตามทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม (Crime Triangle) ซึ่งระบุว่าอาชญากรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องมี 3 ปัจจัย คือ อาชญากร, โอกาส และเหยื่อ การป้องกันจึงต้องทำลายองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง ในโลกออนไลน์ ตำรวจไซเบอร์ทำหน้าที่เป็น “สายตรวจ” เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง แต่การทำงานของภาครัฐเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ภาคเอกชนจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการ “ปิดโอกาส” ของอาชญากร เช่น บริการ True CyberSafe สำหรับลูกค้าทรูและดีแทค ที่ช่วยบล็อก SMS หรือแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้กำลังเข้าถึงลิงก์และเว็บไซต์อันตราย ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดวงจรอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง “แน่นอนว่ามิจฉาชีพต้องพยายามหาช่องทางใหม่ๆ แต่การมีบริการอย่าง True CyberSafe ถือว่าช่วยปิดช่องโหว่ เพื่อไม่ให้ผู้คนกับอาชญากรเชื่อมต่อกันได้ในเบื้องต้น” พ.ต.ต.พากฤต กล่าว
“รู้เท่าทัน” คือเกราะที่ดีที่สุดในยุค AI ครองเมือง
พ.ต.ต.พากฤต เตือนว่าภัยคุกคามระลอกต่อไปคือ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI ที่มิจฉาชีพเริ่มนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ทั้ง Deep Fake ปลอมใบหน้าคนใกล้ชิด หรือ Voice Cloning เลียนแบบเสียงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแล้วหลอกให้โอนเงิน
อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือที่มิจฉาชีพใช้ “เล่นกับใจคน” การป้องกันที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การใช้เทคโนโลยีตอบโต้เพียงอย่างเดียว แต่คือการ “รู้เท่าทัน” ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของตำรวจไซเบอร์ในการสื่อสารกับประชาชนให้เกิดความตระหนักรู้ในวงกว้าง
“กลัว โลภ หลง” 3 จุดอ่อนที่ต้องระวัง
แม้กลโกงจะซับซ้อนเพียงใด แต่แก่นของมันยังคงเล่นกับ 3 อารมณ์พื้นฐานของมนุษย์เสมอ คือ
- ความกลัว: สร้างสถานการณ์บีบคั้นให้ตกใจกลัว เช่น อ้างว่าพัวพันคดีร้ายแรง หรือคนในครอบครัวเกิดอุบัติเหตุ
- ความโลภ: ใช้ผลตอบแทนสูงมาล่อลวง เช่น หลอกลงทุน หรือทำภารกิจง่ายๆ แล้วได้เงิน
- ความหลง: สร้างเรื่องราวหรือตัวตนให้น่าเชื่อถือ ทำให้เหยื่อหลงคารมและทำตาม
“กลลวงอาจจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่สามสิ่งนี้เป็นจุดร่วมที่มิจฉาชีพใช้เสมอ เราจึงต้องมีความสงสัยให้มาก ตั้งคำถามกับทุกสิ่งโดยเฉพาะในโลกออนไลน์”
ท้ายที่สุด พ.ต.ต.พากฤต ได้ฝากข้อคิดเตือนใจว่า ตำรวจต้องปรับตัวให้ทันโลก ในยุคที่ภัยคุกคามอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว และการรู้เท่าทันคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่ทุกคนต้องมี พร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคสั้นๆ แต่ทรงพลังว่า “รีบโอน = โจรยิ้ม”
–True ผนึกกำลังตำรวจไซเบอร์ เปิดเกราะ AI สู้มิจฉาชีพ สกัดลิงก์อันตราย 1.4 พันล้านครั้ง







