วิกฤตภัยคุกคามไซเบอร์ทั่วโลกกระตุ้นความต้องการระบบสำรองข้อมูลที่แข็งแกร่ง Synology ActiveProtect ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัยไซเบอร์รอบด้าน ปิดช่องโหว่สำคัญ พร้อมฟีเจอร์กู้คืนข้อมูลรวดเร็ว ตอบโจทย์องค์กรยุคดิจิทัล
จากกรณีล่าสุดที่ Casio บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเผชิญเหตุการณ์ไซเบอร์ ส่งผลกระทบต่อระบบและข้อมูลสำคัญ ตอกย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงที่องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจึงกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ทีม IT ของหลายองค์กรยังคงประสบปัญหาในการจัดการระบบที่ซับซ้อนจากผู้ผลิตหลากหลายราย การรับมือกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และกระบวนการตรวจสอบข้อมูลที่ยุ่งยาก ซึ่งในปี 2025 นี้ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ องค์กรที่วางแผนและดำเนินมาตรการป้องกันข้อมูลเชิงรุกเท่านั้น จึงจะสามารถลดผลกระทบและรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจได้
สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมาย PDPA ที่หลายประเทศได้มีการบังคับใช้และปรับปรุงในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยมีบทลงโทษที่รุนแรงต่อการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยเหตุนี้ องค์กรต่างๆ จึงตระหนักถึงความสูญเสียร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากแรนซัมแวร์ และเร่งมองหาโซลูชันที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้านการปกป้องข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์
ชานดา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์สำรองข้อมูลของ Synology ได้เปิดเผยถึงจุดแข็งของ ActiveProtect ว่าสามารถปิดช่องโหว่ทางไซเบอร์ที่สำคัญขององค์กรได้ถึง 3 ด้าน เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง ได้แก่
- Role-Based Access Control: การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาทหน้าที่ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Windows AD/LDAP ช่วยลดความเสี่ยงจากการกำหนดสิทธิ์ที่ผิดพลาด
- Device access management & IP Restriction: การจำกัดการเข้าถึง Backup Server เฉพาะ IP ที่ได้รับอนุญาต ป้องกันการโจมตีจากภายนอก
- Physical Isolation & Offline Backup: นอกเหนือจากการสำรองข้อมูลตามหลัก 3-2-1 แล้ว การทำ Offline backup เพิ่มเติมจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น เมื่อเซิร์ฟเวอร์ถูกตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่าย ทำให้ลดโอกาสถูกโจมตีและสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
Synology ActiveProtect เป็นโซลูชันแบบ All-in-One ที่รวมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไว้ในเครื่องเดียว ทำให้ทีม IT ไม่ต้องเสียเวลาในการประกอบระบบเอง อีกทั้งยังมีระบบปฏิบัติการในตัวที่รองรับการสำรองข้อมูล กู้คืน และจัดการข้อมูลข้ามไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการเซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูลได้มากถึง 2,500 เครื่อง และควบคุมปริมาณงาน (Workload) ได้สูงสุดถึง 150,000 งาน
ฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ที่ทำให้ ActiveProtect ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ ได้แก่ ระบบ Backup พร้อม Deduplication Technology ที่ช่วยประหยัดแบนด์วิธและเพิ่มความรวดเร็วในการกู้คืนข้อมูล การตรวจสอบข้อมูลด้วย Btrfs checksums ที่สามารถตรวจจับและซ่อมแซมข้อมูลที่เสียหายได้โดยอัตโนมัติ และยังสามารถสร้างสภาพแวดล้อมแบบ Sandbox เพื่อทดสอบการกู้คืนข้อมูลโดยไม่กระทบต่อระบบจริง ทำให้องค์กรมีความมั่นใจในแผนการกู้คืนข้อมูลมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสำรองได้โดยการสร้างวิดีโอเพื่อยืนยันความสามารถในการกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติ รวมถึงสามารถกู้คืนได้ทั้งระบบ ไฟล์เดี่ยว แบบ Physical-to-Virtual (P2V) และ Virtual-to-Virtual (V2V) ได้ตามเป้าหมายเวลาในการกู้คืน (RTO) ในกรณีที่ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์
ฟิลิป วอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ประธาน Synology กล่าวทิ้งท้ายว่า “เป้าหมายของเราคือการก้าวข้ามการจัดเก็บข้อมูลแบบดั้งเดิม และให้บริการโซลูชันการจัดการข้อมูลที่ปลอดภัยและครบวงจร ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการกับความท้าทายด้านข้อมูลของพวกเขาด้วยความมั่นใจและง่ายดาย”
ปัจจุบัน Synology ให้บริการลูกค้าธุรกิจกว่า 260,000 รายทั่วโลก ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง และมากกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทใน Fortune 500 ก็ให้ความไว้วางใจในโซลูชันของ Synology สำหรับการดำเนินงานประจำวัน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และบริการ โดย Synology ยังได้รับคะแนนรวมถึง 4.7 จาก 5 ในรายงาน 2025 Gartner Voice of the Customer อีกด้วย
–ดีอี เปิดตัว “DE-fence” แพลตฟอร์มสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เริ่มใช้จริง พ.ค. 68







