ManageEngine ผนึกกำลังกว่า 100 ระบบ ยกระดับระบบจัดการตัวตนองค์กร เพิ่มเกราะไซเบอร์ให้ธุรกิจดิจิทัล

ManageEngine ผนึกกำลังกว่า 100 ระบบ ยกระดับระบบจัดการตัวตนองค์กร เพิ่มเกราะไซเบอร์ให้ธุรกิจดิจิทัล

ManageEngine บริษัทในเครือ Zoho Corporation ประกาศเสริมศักยภาพแพลตฟอร์มบริหารจัดการอัตลักษณ์และการเข้าถึง (IAM) AD360 ด้วยการขยายการรองรับการผสานรวมระบบสำเร็จรูปกว่า 100 รายการ ซึ่งครอบคลุมแอปพลิเคชันสำคัญสำหรับองค์กรหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HRMS), ระบบบริหารจัดการบริการด้าน IT (ITSM), ระบบจัดการข้อมูลความปลอดภัย (SIEM) และแพลตฟอร์มอื่น ๆ นอกจากนี้ AD360 ยังมี REST API ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันภายนอกและระบบภายในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การขยายขีดความสามารถครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องเผชิญในการจัดการเครื่องมือ IT ที่ซับซ้อนและหลากหลาย ข้อมูลจากรายงานของ Gartner ชี้ให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้วองค์กรต้องดูแลเครื่องมือความปลอดภัยทางไซเบอร์ถึง 45 รายการจากผู้ให้บริการกว่า 3,000 ราย ซึ่งนำไปสู่ความยุ่งยากในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ สภาพแวดล้อม IT ที่มีผู้ให้บริการหลายรายยังก่อให้เกิดปัญหาข้อมูลประจำตัวที่กระจัดกระจาย ทำให้การเข้าถึงทรัพยากรล่าช้าและต้นทุนด้าน IT เพิ่มสูงขึ้น

ผลสำรวจ IAM Leadership Survey ปี 2024 ของ Gartner® เผยว่า 54% ขององค์กรมีการละเมิดข้อมูลประจำตัวเพิ่มขึ้น โดย 1 ใน 3 ขององค์กรต้องเผชิญกับภาวะชะงักงันทางธุรกิจ ความสูญเสียทางการเงิน หรือบทลงโทษทางกฎหมายอันเนื่องมาจากการละเมิดดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น รายงาน Data Breach Investigations Report ปี 2024 ของ Verizon ระบุว่า 31% ของเหตุการณ์ละเมิดทั้งหมดตั้งแต่ปี 2013 เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมย ซึ่งรวมถึงข้อมูลประจำตัวของเครื่องจักร (machine identities) เช่น บัญชีบริการหรือบัญชีอัตโนมัติ ที่ถูกโจมตีถึง 85% ตามรายงาน

ด้วยกฎหมายและข้อบังคับทั่วโลกที่เข้มงวดขึ้น การรักษาข้อมูลประจำตัวและการเข้าถึงที่ถูกต้องและทันสมัยจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นทางธุรกิจ การรวมข้อมูลประจำตัวเข้าด้วยกันอย่างราบรื่นจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความท้าทายด้าน IT อีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ

มานิคานเดน ธังการาจ รองประธานบริษัท ManageEngine กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือการขจัดปัญหาข้อมูลระบุตัวตนที่กระจัดกระจาย และทำให้การกำกับดูแลข้อมูลอัตลักษณ์องค์กรเป็นเรื่องง่ายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ด้วยการผสานรวมที่ขยายตัวของ AD360 เรากำลังเสริมศักยภาพให้ธุรกิจสามารถสร้างระบบดิจิทัลที่เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างแท้จริง การเปิดตัวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนการจัดการข้อมูลประจำตัวจากภาระด้านการปฏิบัติงานไปสู่เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความปลอดภัย” เขายกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า “ขณะนี้ โรงพยาบาลสามารถจัดสรรการเข้าถึงของแพทย์ใน Epic EHR ได้โดยอัตโนมัติในวันที่ได้รับการว่าจ้างผ่าน Workday โดยไม่ต้องเขียนโค้ดและไม่ก่อให้เกิดความล่าช้า”

เสริมความคล่องตัวทางธุรกิจด้วยการผสานรวมที่ไร้รอยต่อ

ManageEngine AD360 ใช้ประโยชน์จากโปรโตคอลมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น SCIM, SAML 2.0, OpenID Connect (OIDC), OAuth 2.0 และ REST APIs เพื่อให้มั่นใจถึงความเข้ากันได้กับระบบ IT ที่หลากหลาย ด้วยอินเทอร์เฟซแบบไร้โค้ดที่ใช้งานง่าย ทีม IT สามารถตั้งค่าการเชื่อมต่อและออกแบบระบบอัตโนมัติได้โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการนำไปใช้งานจากหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่วัน

เครือข่ายการผสานรวมที่ครอบคลุมของ ManageEngine ช่วยให้องค์กรสามารถ:

  • เร่งกระบวนการสร้างมูลค่า: ผสานรวมและทำให้กระบวนการจัดการอัตลักษณ์ดิจิทัลเป็นอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุนการดำเนินงาน ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านระบบจัดการวงจรแบบรวมศูนย์และการซิงโครไนซ์ข้อมูลอัตลักษณ์แบบเรียลไทม์
  • เพิ่มความยืดหยุ่นและทางเลือกเชิงกลยุทธ์: ผสานรวมกับแอปพลิเคชันระดับองค์กรได้อย่างอิสระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง เพื่อรับประกันความเข้ากันได้ ความสามารถในการขยายตัว และการรองรับความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย
  • พัฒนาระบบอัตโนมัติด้านข้อมูลประจำตัวขั้นสูง: นำกระบวนการจัดการข้อมูลระบุตัวตนแบบไม่มีโค้ดที่ซับซ้อนมาช่วยทำให้งานสำคัญต่าง ๆ เป็นอัตโนมัติ เช่น การจัดสรรบัญชีผู้ใช้ การปรับเปลี่ยนสิทธิ์การเข้าถึง การซิงโครไนซ์ข้อมูลประจำตัว และการปิดบัญชีผู้ใช้อย่างปลอดภัยในระบบจัดการข้อมูลประจำตัวขององค์กร
  • สร้างความสอดคล้องที่ไร้ช่องว่าง: ปรับข้อมูลประจำตัวให้สอดคล้องกันระหว่างระบบ HR, IT และระบบรักษาความปลอดภัยได้โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้องค์กรผ่านการตรวจสอบตามข้อกำหนดของ GDPR, HIPAA และ SOX

“ความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่สำคัญช่วยให้กระบวนการต่างๆ เช่น การรับพนักงานใหม่และการยกเลิกสิทธิ์การเข้าถึงเป็นไปอย่างราบรื่น สร้างมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้และเร่งผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)” ธังการาจ กล่าวเสริม “เครื่องมือ IAM แบบเดิมมักให้ความสำคัญกับการผสานรวมเป็นลำดับท้าย ทำให้ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการเชื่อมต่อระบบ IAM ขององค์กรเข้ากับ ITSM หรือ HCM แต่ AD360 สามารถทำได้ภายในไม่กี่คลิก นี่ไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อระบบ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางการจัดการอัตลักษณ์ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย”

AIS, True และ NT ผนึกกำลัง ปภ. ทดสอบระบบเตือนภัย Cell Broadcast ระดับกลาง สำเร็จตามเป้า เตรียมพร้อมสู่ระดับจังหวัด

Scroll to Top