Infinix รุกตลาดสมาร์ทโฟนโลกอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Infinix Note Edge อย่างเป็นทางการ มาพร้อมชิปเซ็ตน้องใหม่ MediaTek Dimensity 7100 ดีไซน์พรีเมียมด้วยตัวเครื่องที่บางเพียง 7.2 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 185 กรัม แต่กลับอัดแน่นด้วยสเปกที่ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ XOS 16 บนพื้นฐาน Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง
หน้าจอโค้งขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K รองรับ Refresh Rate 120Hz และมีค่า Touch Sampling Rate สูงถึง 2,800Hz ตอบสนองไวทันใจสายเกมเมอร์ นอกจากนี้ยังมีขอบหน้าจอที่แคบเพียง 1.87 มิลลิเมตร และทำความสว่างได้สูงสุดถึง 4,500 nits มั่นใจได้ว่าใช้งานกลางแจ้งได้สบาย พร้อมครอบทับด้วยกระจกนิรภัย Gorilla Glass 7i เพื่อความทนทาน
ขุมพลัง Dimensity 7100 และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 6 ปี
Infinix Note Edge ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตน้องใหม่ MediaTek Dimensity 7100 จับคู่กับ RAM สูงสุด 8GB ด้านพลังงานมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่สูงสุด 6500 mAh (ความจุอาจแตกต่างกันในแต่ละตลาด) โดย Infinix การันตีความทนทานว่าแบตเตอรี่จะยังคงประสิทธิภาพ (Health) ไม่ต่ำกว่า 80% แม้จะผ่านการชาร์จไปแล้วกว่า 2,000 รอบ หรือเทียบเท่ากับการใช้งานนานถึง 6 ปี เลยทีเดียว พร้อมรองรับระบบชาร์จไว 45W ที่ชาร์จจาก 1% ถึง 100% ได้ภายใน 62 นาที
ตัวเครื่องมาพร้อมปุ่ม Customizable Button ด้านข้างที่สามารถตั้งค่าเพื่อเรียกใช้ Folax AI Assistant ได้ทันที ในส่วนของการถ่ายภาพมีกล้องหลักความละเอียด 50MP (เซนเซอร์ขนาด 1/2 นิ้ว) และลำโพงคู่สเตอริโอปรับแต่งโดย JBL นอกจากนี้ Infinix ยังสร้างความเชื่อมั่นด้วยการสัญญาว่าจะอัปเดต Android ให้ถึง 3 เวอร์ชัน และอัปเดตความปลอดภัยต่อเนื่องนาน 5 ปี
ดีไซน์หรูหราและมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น
สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP65 มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่:
- Silk Green: มาพร้อมผิวสัมผัสแบบหนัง (Water-wave brushed texture) ให้ความรู้สึกนุ่มนวลเหมือนผ้าไหม
- Lunar Titanium, Stellar Blue และ Shadow Black: ใช้พื้นผิววัสดุคอมโพสิตคุณภาพสูงที่ให้เอฟเฟกต์แวววาวเหมือนอัญมณี (Cat’s-eye gem effects) เปลี่ยนสีสันตามมุมมองของแสง
ราคาและการวางจำหน่าย Infinix Note Edge เปิดตัวด้วยราคาสุดเร้าใจเริ่มต้นเพียง 200 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 7,xxx บาท) ถือเป็นสมาร์ทโฟนจอโค้งที่ครบเครื่องและคุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในปี 2026 นี้
–Tecno Spark Go 3 เปิดตัวในอินเดีย จอ 120Hz พร้อมผู้ช่วย Ella AI และแบตอึด 5000mAh







