Apple เตรียมยกระดับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ครั้งใหญ่ โดย Jeff Pu นักวิเคราะห์จาก GF Securities เผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ 5 ฟีเจอร์ใหม่ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้อย่างมีนัยสำคัญ
ดีไซน์ใหม่ Dynamic Island เล็กลงกว่าเดิม
ไฮไลต์แรกที่น่าสนใจคือการปรับปรุงพื้นที่หน้าจอ โดย Apple มีแผนย้ายระบบ Flood Illuminator ที่ใช้สำหรับ Face ID ไปไว้ใต้หน้าจอ ส่งผลให้พื้นที่ของ Dynamic Island มีขนาดเล็กลง เพิ่มพื้นที่การแสดงผลให้กว้างขึ้น
นวัตกรรมกล้อง Variable Aperture
ในส่วนของกล้องถ่ายภาพ กล้องหลักความละเอียด 48MP จะมาพร้อมกับฟีเจอร์รูรับแสงแบบปรับได้ (Variable Aperture) ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมแสงและการสร้างเอฟเฟกต์หน้าชัดหลังเบลอทำได้ยืดหยุ่นและเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ชิปเซ็ตขุมพลัง 2 นาโนเมตร และการเชื่อมต่อที่เหนือชั้น
iPhone 18 Pro Series จะขับเคลื่อนด้วยชิป A20 Pro รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งผลิตด้วยกระบวนการ 2nm (N2) เจเนอเรชันแรกของ TSMC พร้อมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ชิป (Packaging Design) แบบใหม่
นอกจากนี้ ยังมีการอัปเกรดระบบเชื่อมต่อด้วยชิป N2 ที่จะมาดูแลเรื่อง Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และการรองรับ Thread ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้การรับส่งข้อมูลไร้สายทำได้รวดเร็วและประหยัดพลังงานมากกว่าชิป N1 เดิม
ก้าวสำคัญของโมเด็มที่ Apple พัฒนาเอง
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเปลี่ยนมาใช้โมเด็ม C2 ที่ Apple พัฒนาขึ้นเองภายใน (In-house Modem) หลังจากที่เริ่มทดสอบใช้รุ่นก่อนหน้าใน iPhone 16e และ iPhone Air มาแล้ว การนำโมเด็ม C2 มาใช้ในรุ่น Pro จึงถือเป็นการนำเทคโนโลยีนี้เข้าสู่ผลิตภัณฑ์หลักอย่างเต็มตัว
กำหนดการเปิดตัว
คาดว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในเดือนกันยายนปีหน้า โดยจะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone Fold ส่วนรุ่นมาตรฐานอย่าง iPhone 18 และ iPhone 18e อาจตามมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีถัดไป







