เตรียมใจ! มือถือปี 2026 จ่อปรับราคาขึ้นยกแผง หลังต้นทุนหน่วยความจำพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

เตรียมใจ! มือถือปี 2026 จ่อปรับราคาขึ้นยกแผง หลังต้นทุนหน่วยความจำพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

Counterpoint Research เผยรายงาน Memory Price Tracker ล่าสุดที่น่าจับตามอง พบว่าต้นทุนหน่วยความจำสมาร์ทโฟนกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคา RAM ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 50% และหน่วยความจำ NAND (ROM) ทะยานสูงขึ้นกว่า 90% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้เลี่ยงไม่ได้ที่ผู้บริโภคจะต้องเผชิญกับราคามือถือที่แพงขึ้นในปี 2026 นี้

วิกฤตต้นทุนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต (Bill of Materials หรือ BoM) ในทุกระดับ โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น (ราคาต่ำกว่า $200) ซึ่งโดยปกติจะใช้ RAM 6GB และความจำ 128GB ปัจจุบันต้นทุนเฉพาะส่วนหน่วยความจำพุ่งไปแตะถึง 43% ของต้นทุนการผลิตรวมทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนถึง 25% ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาขายปลีกขยับสูงขึ้นประมาณ $30 (ราว 1,000 บาท)

สำหรับ สมาร์ทโฟนระดับกลาง (ราคา $400 – $600) ต้นทุน RAM และ ROM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2 ของปี คาดว่าต้นทุนส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 20% และ 16% ตามลำดับ

ขณะที่ สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมและแฟลกชิป (ราคา $800 ขึ้นไป) แม้จะมีกำไรต่อเครื่องสูงกว่าในการช่วยพยุงต้นทุน แต่ก็ต้องแบกรับภาระจากราคาชิปเซตขนาด 2 นาโนเมตรรุ่นใหม่ที่มีราคาสูง Counterpoint คาดการณ์ว่าต้นทุนการผลิตเครื่องสเปก RAM 16GB และความจำ 512GB จะพุ่งสูงขึ้นถึง $100 – $150 ในไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้ราคาขายปลีกอาจปรับตัวสูงขึ้นได้มากถึง $150 – $200 (ราว 5,000 – 7,000 บาท)

Shenghao Bai นักวิเคราะห์อาวุโส ระบุว่าการพุ่งขึ้นของราคาหน่วยความจำส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2026 นี้ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน (OEMs) จะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในการบริหารจัดการระหว่างต้นทุนชิ้นส่วน กำไร และเป้าหมายยอดจัดส่ง โดยเฉพาะแบรนด์ที่เน้นทำตลาดรุ่นเริ่มต้นเพื่อดึงส่วนแบ่งการตลาด มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับภาวะขาดทุนในระยะสั้น

iPhone ‘Made in India’ พุ่งแตะ 25% แอปเปิลดันอินเดียขึ้นแท่นฐานผลิตหลักท้าชนจีน

Scroll to Top