Red Hat เปิดวิสัยทัศน์ AI และ Hybrid Cloud พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัล

Red Hat เปิดวิสัยทัศน์ AI และ Hybrid Cloud พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัล

Red Hat (เรดแฮท) เปิดเผยถึงทิศทางและกลยุทธ์สำคัญจากงานประชุมใหญ่ประจำปี Red Hat Summit ณ กรุงบอสตัน สหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของเทคโนโลยี AI และ Hybrid Cloud ในการขับเคลื่อน Digital Economy ของประเทศไทย พร้อมประกาศจัดงาน Red Hat Summit Connect ระดับภูมิภาคอาเซียนครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความสำคัญของตลาดไทยในเวทีโลก

ประเทศไทยก้าวสู่ Digital Economy ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

สุพรรณี อำนาจมงคล ผู้จัดการประจำประเทศไทยของเร้ดแฮท เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าจะสูงถึง 144.4 พันล้านบาทภายในปี 2568 แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของภาคเอกชนในเทคโนโลยีดิจิทัล และนโยบายภาครัฐที่มุ่งผลักดัน Thailand 4.0 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีการจัดตั้งคณะกรรมการ AI แห่งชาติ และการร่วมมือระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษาเพื่อจัดตั้ง AI Engineering Institute รวมถึง AI Sandbox เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและใช้งาน AI

ในการขับเคลื่อนไทยแลนด์ดิจิทัล โดยกระทรวงดีอี ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา AI โดยแบ่งไว้เป็น 2 มิติ คือด้านการสร้างความพร้อม และการประยุกต์ใช้ ตั้งเป้าพัฒนาความรู้ทักษะ ผู้ใช้ Gen AI กว่า 10 ล้านคน พัฒนาผู้เชี่ยวชาญ AI กว่า 90,000 คน และสร้างนักพัฒนา AI อีกกว่า 50,000 คน ภายใน 2 ปี ซึ่งในปัจจุบัน 73.3% ขององค์กรกำลังเตรียมนำ AI มาใช้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ AI ในประเทศ นอกจากนี้ ตลาด Data Center ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 54% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งจาก Data Center ภายในประเทศและการเข้ามาลงทุนของผู้เล่น Public Cloud รายใหม

Red Hat เปิดวิสัยทัศน์ AI และ Hybrid Cloud พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัล

กลยุทธ์ Red Hat: จากปัจจุบันสู่ AI-Powered Future

Red Hat มองว่า CIO และผู้บริหารด้านไอทีในปัจจุบันต้องบริหารจัดการความท้าทายในปัจจุบันควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

  • ปัจจุบัน: องค์กรต่าง ๆ กำลังมองหา Hybrid Cloud ที่มีความสอดคล้อง (Consistency) ในการใช้งาน รวมถึงการ Modernize Virtualization และการสร้างแพลตฟอร์มที่รองรับอนาคต
  • อนาคต: เทคโนโลยี AI คือสิ่งที่จะมาขับเคลื่อนอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ AI สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ (Anywhere, Everywhere) สามารถปรับขนาดการใช้งานได้ (Scalable Production AI) และการเตรียมพร้อมสำหรับเทคโนโลยี Quantum Computing โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย Post-Quantum Security

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของ Red Hat: รากฐานสู่โลกดิจิทัล

Red Hat ยังคงให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์หลักที่เป็นหัวใจสำคัญของ Open Source Technology ได้แก่:

  • Red Hat Enterprise Linux (RHEL): ระบบปฏิบัติการที่เป็นมาตรฐาน (De Facto Standard) ในปัจจุบัน
  • Red Hat OpenShift: แพลตฟอร์มแอปพลิเคชันที่รองรับการรันแอปพลิเคชันสำคัญ เช่น Mobile Banking (ตัวอย่างเช่น K Plus ของธนาคารกสิกรไทย)
  • Red Hat Ansible: แพลตฟอร์มสำหรับ Automation ในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้มีประสิทธิภาพ

Red Hat มุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกค้าสามารถรัน “Any Workload, Any App, Anywhere” บนแพลตฟอร์มของ Red Hat พร้อมทั้งเน้นการใช้งานที่เรียบง่าย (Simplify), การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ, ความปลอดภัย และความสามารถในการปรับขนาด (Scalability)

ขับเคลื่อนอนาคตด้วย AI

จากงาน Red Hat Summit ที่บอสตัน Red Hat ได้เปิดตัว Red Hat AI Portfolio ซึ่งเป็นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่เน้นการพัฒนาและนำเสนอ AI Solution บน Hybrid Cloud Environment โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่รองรับ “Any Model, Any Accelerator, Any Hardware, Any Cloud” โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจประกอบด้วย:

  • Red Hat Linux AI: พัฒนาต่อยอดจาก Red Hat Linux เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้างและทดสอบ AI Model บน Notebook หรือทรัพยากรที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Red Hat OpenShift AI: แพลตฟอร์มที่ต่อยอดจาก OpenShift เพื่อรองรับ AI Model ที่สามารถปรับขนาดได้ พร้อมด้วยความปลอดภัยและการบริหารจัดการที่ครบวงจร
  • Red Hat Inference Server: นวัตกรรมสำคัญที่ Red Hat ได้มาจากากรเข้าซื้อกิจการ Nuralogix เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเน้นการทำ vLLM (Virtual Large Language Model) หรือเทคโนโลยีที่จะช่วยในการบีบอัดและบริหารจัดการ AI Model ขนาดใหญ่ให้สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมบนทรัพยากร CPU ที่มีจำกัด และสามารถแบ่งปันการใช้งาน GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (GPU as a Service) เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน AI ขององค์กร

Red Hat Enterprise Linux 10: ความปลอดภัยและ AI ใน OS ระดับองค์กร

Red Hat ได้ประกาศเปิดตัว Red Hat Enterprise Linux (RHEL) เวอร์ชั่น 10 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์ความท้าทาย 4 ประการ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรอย่างจำกัด, การเร่งการใช้งาน Cloud, ภัยคุกคามด้านความปลอดภัย และ AI

RHEL 10 ถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่ได้รับการรับรอง Post-Quantum Security เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจาก Quantum Computing นอกจากนี้ยังมีการนำ AI มาผสานรวมใน RHEL 10 เพื่อเพิ่มความชาญฉลาดให้กับระบบปฏิบัติการ เช่น การเป็นผู้ช่วย AI ที่ให้คำแนะนำในการใช้งานคำสั่งต่าง ๆ

Red Hat OpenShift Virtualization: ทางเลือกใหม่สำหรับการจัดการ VM

ตลาด Virtualization มีความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Red Hat ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกในด้าน Virtualization มาตั้งแต่ปี 2007 ด้วย KVM ได้ขยายขีดความสามารถของ OpenShift ให้สามารถรองรับ Workload ที่เป็น Virtualization ได้ด้วย (OpenShift Virtualization) ทำให้ Container และ VM สามารถทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียวกันได้

Red Hat เปิดเผยข้อมูลการเติบโตอย่างน่าทึ่งของ Red Hat Virtualization โดยมีจำนวนลูกค้าทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3 เท่า และจำนวนคลัสเตอร์ที่ใช้งานจริงเพิ่มขึ้น 2 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Emirates NBD ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในดูไบ ที่ได้ใช้ OpenShift Virtualization ในการย้าย Workload ที่สำคัญอย่าง Core Banking และระบบ Payment ขึ้นสู่ Virtualization ได้สำเร็จ

Red Hat Summit: Connect 2025: ครั้งแรกในประเทศไทย

เพื่อตอกย้ำความสำคัญของตลาดประเทศไทย Red Hat ได้เลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Red Hat Summit Connect ระดับภูมิภาคอาเซียน ครั้งแรก ในวันที่ 9 กรกฎาคม นี้ โดยจะมีลูกค้าและพันธมิตรจากทั่วอาเซียนเข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีการจัดงานพิเศษ ASEAN Telco Day ในวันที่ 8 กรกฎาคม สำหรับธุรกิจโทรคมนาคมโดยเฉพาะ และ Executive Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์การใช้เทคโนโลยี Red Hat

การจัดงานครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Red Hat ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและนวัตกรรมในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงแนวคิด “Open” ที่รองรับ “Any Workload, Any App, Anywhere” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

เซิร์ฟเวอร์ไทยถูกเจาะพุ่ง 16.57% ดันยอดไตรมาส 2 ปี 68 ทะลุ 2.2 แสนครั้ง

Scroll to Top