ในยุคที่อากาศยานไร้คนขับ หรือ “โดรน” กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าสมรภูมิทั้งในภาคทหารและพลเรือน Saab (ซาบ) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศจากสวีเดน ได้ออกมาเปิดเผยกลยุทธ์การรับมือภัยคุกคามทางอากาศสมัยใหม่ พร้อมโชว์นวัตกรรมระบบต่อต้านโดรน C-UAS (Counter-Unmanned Aircraft Systems) ที่เน้นความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย
แก้โจทย์ “สมการโดรน” (Drone Equation) รับมือภัยคุกคามหลากมิติ
ปัจจุบันโดรนถูกพัฒนาให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น เข้าถึงง่าย และปฏิบัติการได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการบินระดับสูง-ต่ำ หรือการโจมตีแบบฝูงบิน (Swarm) ทำให้การใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศราคาแพงเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า
เฟรดริก ลินด์บลูม รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศ ซาบ ประเทศไทย ระบุว่าหัวใจสำคัญคือ “ความสมดุล” หรือที่เรียกว่า สมการของโดรน (Drone Equation) ซึ่งเป็นการเลือกใช้ระบบตอบสนองให้เหมาะสมกับระดับภัยคุกคาม หากใช้ขีปนาวุธนำวิถีราคาสูงไปทำลายโดรนต้นทุนต่ำ อาจสร้างความท้าทายด้านงบประมาณและลอจิสติกส์ในระยะยาว

Giraffe 1X: เรดาร์จิ๋วแต่แจ๋ว ขุมพลังการตรวจจับ 600 เป้าหมาย
Saab นำเสนอโซลูชันที่เน้นการบูรณาการระบบแบบหลายชั้น (Multi-layer) โดยมีพระเอกคือเรดาร์ Giraffe 1X (G1X) ซึ่งเป็นเรดาร์ขนาดเล็กน้ำหนักเพียง 100 กิโลกรัม แต่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะ:
- Update Rate สูงสุด: หมุนรอบตัว 360 องศาในทุก 1 วินาที ให้ข้อมูลเป้าหมายแบบเรียลไทม์
- ความแม่นยำ: สามารถตรวจจับและติดตามเป้าหมายได้มากถึง 600 เป้าหมายพร้อมกันในรัศมี 100 กิโลเมตร
- ความคล่องตัว: ติดตั้งและพร้อมใช้งานได้ภายใน 30 นาที เหมาะสำหรับการปฏิบัติการที่ต้องการความรวดเร็ว
นวัตกรรม C-UAS ที่ยืดหยุ่น แยกส่วนเพื่อความคุ้มค่า
ความโดดเด่นของระบบ Counter UAS จาก Saab คือการออกแบบแบบแยกส่วน (Scalability) โดยปกติจะแยกเรดาร์และหน่วยยิงออกจากกัน เนื่องจากเรดาร์ 1 ชุด สามารถสั่งการหน่วยยิงหรือสถานีอาวุธได้หลายจุด ทำให้กองทัพไม่จำเป็นต้องซื้อเรดาร์ติดตั้งไว้ทุกคัน ช่วยลดต้นทุนรวมของระบบลงเหลือประมาณ 80-100 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเดิมหลายเท่าตัว

ยกระดับความมั่นคงไทย สู่ยุคป้องกันภัยไซเบอร์
ด้วยความสัมพันธ์ที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพไทยมานานกว่า 40 ปี Saab พร้อมต่อยอดรากฐานระบบเฝ้าระวังทางอากาศของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยนอกจากภัยทางกายภาพแล้ว Saab ยังให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) เพื่อปกป้องระบบป้องกันประเทศจากการถูกแทรกแซง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของสงครามสมัยใหม่
ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ของ Saab ในอีก 10 ปีข้างหน้า คือการเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในการรักษาความปลอดภัยของผู้คนและสังคม โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ชาญฉลาด แม่นยำ และยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต







