Samsung เผยเทคโนโลยี “Vision AI” ยกระดับประสบการณ์สมาร์ทโฮม พร้อมอวดโฉมทีวี AI รุ่นใหม่

Samsung เผยเทคโนโลยี "Vision AI" ยกระดับประสบการณ์สมาร์ทโฮม พร้อมอวดโฉมทีวี AI รุ่นใหม่

Samsung (ซัมซุง) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทีวีโลก 19 ปีซ้อน เปิดตัวทีวี AI อัจฉริยะ เจาะตลาดพรีเมียมด้วยเทคโนโลยี “Vision AI” อัปเกรดภาพเสียงเหนือระดับ เชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฮมอย่างไร้รอยต่อ พร้อมโปรแกรมผ่อนจ่ายหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกกำลังซื้อ

ชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง บริษัท Samsung (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในการเปิดตัวทีวี AI รุ่นใหม่ล่าสุดว่า บริษัทฯ ได้พัฒนาเทคโนโลยี “Vision AI” เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชมทีวีไปอีกขั้น ด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัย อาทิ 8K AI Upscaling Pro ที่สามารถอัปสเกลคอนเทนต์ความละเอียดต่ำให้คมชัดใกล้เคียง 8K และ AI Customization Mode ที่ปรับค่าภาพให้เหมาะสมกับประเภทคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ เพื่อภาพที่สดใส มีมิติ และเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ด้าน ชารียา เข็มทอง ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ธุรกิจอุปกรณ์ภาพและเสียง เสริมว่า ทีวี AI รุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเสียงอัจฉริยะ Adaptive Sound Pro และ Active Voice Amplifier Pro ที่ปรับแต่งเสียงให้เข้ากับประเภทคอนเทนต์ที่รับชม และปรับเสียงพูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Pet Care & Baby Care ระบบแจ้งเตือนเมื่อสัตว์เลี้ยงเห่าหรือเด็กร้องไห้ Universal Gesture ควบคุมทีวีผ่าน Galaxy Watch ด้วยท่าทาง Samsung Food แอปพลิเคชันแนะนำสูตรอาหาร และ Karaoke Mode เปลี่ยนบ้านให้เป็นห้องคาราโอเกะส่วนตัว

“นอกเหนือจากคุณภาพของภาพและเสียงว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนา SmartThings เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างราบรื่น รวมถึงเรื่อง ความปลอดภัย ของข้อมูลผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ชารียา กล่าวเสริม

เตรียมแผนรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

สำหรับประเด็นเรื่องผลกระทบของสภาพเศรษฐกิจต่อตลาดทีวี AI ชวพจน์ ระบุว่า Samsung ได้เตรียมพร้อมด้วยโปรแกรมทางการเงินที่หลากหลาย เช่น Samsung Finance+ ที่ขยายระยะเวลาผ่อนสูงสุดถึง 24 เดือน และโปรแกรมผ่อนร่วมกับบัตรเครดิตต่างๆ ที่ให้ผ่อนได้นานสูงสุด 60 เดือน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงทีวีคุณภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยยกตัวอย่างรุ่นเริ่มต้นที่สามารถผ่อนได้เพียง 300 กว่าบาทต่อเดือน

ด้านตลาดทีวีระดับพรีเมียม โดยเฉพาะ Neo QLED 8K ขนาด 75 นิ้วขึ้นไป ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา เติบโตเกือบ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังคงมีอยู่

AI ตอบโจทย์ ความคุ้มค่า

ชวพจน์ อธิบายว่า “AI ในทีวีจะช่วยให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคด้านภาพและเสียงได้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้และปรับคุณภาพของภาพให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่รับชม นอกจากนี้ ตลาดทีวีไม่ได้หดตัวลง เพราะปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่รับชมสตรีมมิ่งและ YouTube บนทีวี ซึ่ง AI TV สามารถอัปสเกลภาพให้มีคุณภาพดีขึ้น พร้อมทั้งมีระบบเชื่อมต่อและความปลอดภัยที่เหนือกว่า”

ซึ่งเทคโนโลยี AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในทีวีรุ่นพรีเมียม แต่ยังขยายไปยังรุ่น QLED ในราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากสามารถสัมผัสประสบการณ์ AI TV ได้

“เทรนด์ AI ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการทีวีที่มีอะไรใหม่ๆ มีซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่ทีวีรุ่นเก่าให้ไม่ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ลูกค้าตัดสินใจเปลี่ยนทีวี AI จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำให้ลูกค้าใช้ชีวิตง่ายขึ้น” ชารียา กล่าว พร้อมเสริมว่า UI ล่าสุดของทีวี Samsung ใช้งานง่ายและปรับแต่งได้มากขึ้น

ชวพจน์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า Samsung มองว่า การเชื่อมต่อ เป็นสิ่งสำคัญในเทรนด์ของสมาร์ทโฮมและ IoT ดังนั้น ทีวี AI จะต้องสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ภายในบ้านได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่จำกัดเฉพาะแบรนด์ Samsung เท่านั้น แต่ยังต้องเป็น Open source ที่สามารถทำงานร่วมกับแบรนด์อื่นๆ ได้ โดยทีวีจะเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน

“เราจะไม่หยุดพัฒนา เราทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และปีนี้เราเน้นไปที่ Vision AI ที่จะเข้ามาปรับเรื่อง Personalize มากขึ้น เพราะแต่ละคนมีความชอบในการรับชมภาพที่แตกต่างกัน” ชวพจน์ กล่าว

ในส่วนของฟีเจอร์ Pet Care และ Baby Care เป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง โดยทีวีที่อยู่ในโหมด Standby จะสามารถตรวจจับเสียงเห่าหรือเสียงร้องไห้ และแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้านผ่านทีวีได้อีกด้วย

“ในฐานะผู้นำตลาด เราพยายามทำในสิ่งที่ล้ำหน้ากว่าผู้อื่นเสมอ เราให้ความสำคัญกับคุณภาพ วัสดุ ความปลอดภัย และมีโปรแกรมการผ่อนจ่ายที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในราคาที่คุ้มค่า” ชวพจน์ กล่าวทิ้งท้าย

กทม. จับมือ Google ผุดโครงการ Project Green Light ใช้ AI สั่งสัญญาณไฟ ยกระดับจราจรเมืองกรุง

Scroll to Top