Qualcomm ขยายไลน์อัปชิปเซตเจเนอเรชันที่ 5 เข้าสู่เซกเมนต์สมาร์ทโฟนระดับกลางและระดับเริ่มต้นอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัว Snapdragon 6 Gen 5 และ Snapdragon 4 Gen 5 โดยเน้นจุดขายที่ความลื่นไหลของหน้าจอ (Smooth UI) การจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ และประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีขึ้นในราคาที่เข้าถึงง่าย
Snapdragon 6 Gen 5: ก้าวสำคัญของมือถือระดับกลาง
ชิปเซตรุ่นนี้ (SM6850) มาพร้อมเทคโนโลยี Adaptive Performance Engine 4.0 และ Snapdragon Game Super Resolution ที่ช่วยอัปสเกลภาพให้คมชัดพร้อมประหยัดแบตเตอรี่ขณะเล่นเกม โดยมีการอัปเกรดประสิทธิภาพที่น่าสนใจดังนี้:
- CPU & GPU: ปรับจูนความเร็วสูงสุดที่ 2.6GHz ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมจีพียู Adreno ที่แรงขึ้น 21% และประหยัดพลังงานดีขึ้น 8%
- Smooth Motion UI: เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้การไถหน้าจอลื่นไหล ลดอาการหน่วง (Stutter) ลง 18% และเปิดแอปพลิเคชันเร็วขึ้น 20%
- AI Camera: รองรับกล้องความละเอียดสูงสุด 200MP พร้อมฟีเจอร์ AI night vision และ AI image quality รวมถึงการซูมแบบดิจิทัลสูงสุดถึง 100 เท่า
- Connectivity: อัปเกรดเป็น Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6.0 รองรับความเร็ว 5G สูงสุด 2.8Gbps
Snapdragon 4 Gen 5: พลิกโฉมความแรงในรุ่นเริ่มต้น
Snapdragon 4 Gen 5 (SM4850) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชิปซีรีส์ 4 ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การใช้งานที่เกินตัว:
- Gaming Leap: เป็นชิปซีรีส์ 4 รุ่นแรกที่รองรับการเล่นเกมที่เฟรมเรต 90fps โดยมีประสิทธิภาพ GPU เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 77%
- Display & Video: รองรับรีเฟรชเรตหน้าจอสูงถึง 144Hz ในความละเอียด 1080p+ และอัปเกรดให้สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K ได้แล้ว
- Dual 5G: รองรับระบบ Dual SIM Dual Active (DSDA) ทำให้สามารถเชื่อมต่อ 5G ได้พร้อมกันทั้งสองซิม
ทั้งนี้ Qualcomm ยืนยันว่าสมาร์ทโฟนที่ขยับมาใช้ชิปเซตใหม่ทั้งสองรุ่นนี้จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Honor, Oppo, Realme และ Redmi จะเริ่มทยอยเปิดตัวและวางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ที่มา qualcomm
–The Android Show 2026 ปักหมุด 12 พ.ค. นี้ ก่อนเปิดฉาก Google I/O







