บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เชิงกลยุทธ์ ยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัยเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
โฟกัส 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต พลิกโฉมอุตสาหกรรม
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกของหัวเว่ย เข้ากับศักยภาพด้านการวิจัยอันเป็นเลิศของวิศวะ จุฬาฯ โดยมุ่งเน้นไปที่การวิจัย การทดสอบเชิงแนวคิด (Proof of Concept) และการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมใน 4 ด้านหลัก:
- 5G-Advanced: เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายยุคถัดไป
- คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing): รากฐานการประมวลผลยุคใหม่
- ปัญญาประดิษฐ์ (AI): ขุมพลังขับเคลื่อนความอัจฉริยะ
- เทคโนโลยีพลังงานดิจิทัล (Digital Power): นวัตกรรมพลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืน
ต่อยอดความสำเร็จ สู่ความเร็วเหนือขีดจำกัด 10 Gbps
การลงนามครั้งนี้เป็นการขยายผลจากความร่วมมือที่เหนียวแน่นตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งเคยสร้างผลงานเด่นมาแล้วมากมาย เช่น หุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G, แพลตฟอร์มเรียนรู้เสมือนจริง (VR) และห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)
ล่าสุดเมื่อปี 2565 ทั้งสององค์กรได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญด้วยการทดสอบเทคโนโลยี 5G-Advanced บนคลื่นความถี่ U6GHz สำเร็จเป็นกลุ่มแรก ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยทำความเร็วดาวน์โหลดทะลุ 10 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) รองรับการใช้งานแอปพลิเคชัน AI ขั้นสูงและประสบการณ์ดิจิทัลแห่งอนาคต
ปั้น “Cloud Developer – AI Engineer” ป้อนตลาดแรงงาน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะสูง โดยจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ และขยายโครงการฝึกอบรมที่เน้นทักษะแห่งอนาคต เช่น Cloud Developer และ AI Engineering พร้อมสร้างห้องปฏิบัติการโทรคมนาคม เพื่อให้นิสิตได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรมก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานระดับสากล
ออสติน เจิ้ง เชาวู (หัวเว่ย ประเทศไทย): “คลื่นเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และ 5G-Advanced กำลังมาถึง ความร่วมมือนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการบุกเบิกนวัตกรรมอุตสาหกรรม และสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเป็นประเทศชั้นนำด้านดิจิทัลและนวัตกรรมอัจฉริยะ”
รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ (คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ): “เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ บุคลากรต่างหากที่เป็นผู้ขับเคลื่อน ความร่วมมือที่ขยายตัวในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้นิสิตและนักวิจัยได้ทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมระดับแนวหน้า เพื่อพัฒนากำลังคนดิจิทัลรุ่นใหม่และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ”







