ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้ายุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยว ประกาศความสำเร็จในการติดตั้งและเปิดให้บริการเครือข่าย 5G ณ “อ่าวมาหยา” เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ หนึ่งในชายหาดที่ดีที่สุดในโลก มุ่งตอบโจทย์พฤติกรรม Digital Nomad ทั่วโลกที่ต้องการประสบการณ์เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity) พร้อมชูระบบแจ้งเตือนภัยอัจฉริยะ CBS เสริมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
นวัตกรรมรักษ์โลก: 5G ที่ไม่ทำลายทัศนียภาพ
การขยายโครงข่ายในพื้นที่อนุรักษ์ครั้งนี้ ทรูได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยเลือกใช้เทคโนโลยี Microwave Backhaul ระบบส่งสัญญาณไร้สายแบบจุดต่อจุด แทนการวางสายไฟเบอร์ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องขุดเจาะพื้นที่ และติดตั้งอุปกรณ์ที่มีสีพรางตาใกล้เคียงธรรมชาติ เพื่อรักษาทัศนียภาพอันงดงามของอ่าวมาหยาไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด
เจาะ 3 จุดยุทธศาสตร์ 5G ครอบคลุมทั่วอ่าว
- ท่าเรืออ่าวโละซามะ (Gateway Connection): เชื่อมต่อการสื่อสารตั้งแต่ก้าวแรกที่ถึงพื้นที่ รองรับการใช้งานบนเรือสปีดโบ๊ทและเรือหางยาว
- ที่ทำการอุทยาน (Digital Information Hub): สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงข้อมูลอุทยานและการจองคิวออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว
- หน้าหาดอ่าวมาหยา (Content Creation Zone): เสริมสัญญาณรองรับ High-Quality Content ทั้ง Live Streaming และการอัปโหลดวิดีโอสั้นลงโซเชียลมีเดียได้ลื่นไหล แม้อยู่ในช่วง High Season ที่มีการใช้งานหนาแน่น
ยกระดับความปลอดภัยด้วยระบบ Cell Broadcast Service (CBS)
นอกจากการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ทรูยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมพร้อมระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านข้อความบนเครือข่าย 5G และ 4G เข้าสู่มือถือของนักท่องเที่ยวโดยตรงในกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติหรือสภาพอากาศแปรปรวน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก
คูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า เทรนด์การท่องเที่ยวปัจจุบันเน้นการแชร์เนื้อหาความละเอียดสูงแบบเรียลไทม์ การขยายโครงข่ายครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำพันธกิจในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ (Quality Tourism) และผลักดันให้อ่าวมาหยาเป็น “จุดหมายปลายทางอัจฉริยะ” (Smart Destination) อย่างแท้จริง






