Telehouse ปักหมุดไทยศูนย์กลางดิจิทัลอาเซียน โชว์ Connectivity Ecosystem ใหญ่สุดในประเทศ รองรับยุค AI เติบโต

Telehouse ปักหมุดไทยศูนย์กลางดิจิทัลอาเซียน โชว์ Connectivity Ecosystem ใหญ่สุดในประเทศ รองรับยุค AI เติบโต

Telehouse ประเทศไทย ผู้นำด้านการให้บริการ Data Center ประกาศความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็น Interconnection Hub ศูนย์กลางการเชื่อมต่อหลักของประเทศไทย ด้วย Connectivity Ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รองรับการเชื่อมต่อกับพันธมิตรและผู้ให้บริการโครงข่ายมากกว่า 60 ราย หลังเปิดตัวเพียงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 เพื่อขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีความเสถียรสูงทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน

ด้วยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอินโดจีน ประกอบกับการเติบโตของการลงทุนในระบบคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ความต้องการด้านการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพสูงเติบโตอย่างก้าวกระโดด บทบาทการเป็น Interconnection Hub ของ Telehouse จึงกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยล่าสุดได้ปักหมุดระบบนิเวศบน PeeringDB แพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดผู้ให้บริการคลาวด์ คอนเทนต์ และผู้ให้บริการดิจิทัลชั้นนำระดับสากลเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังพร้อมรองรับบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ต้องการการรับส่งข้อมูลระหว่างคลาวด์และผู้ใช้ปลายทางอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน Telehouse ประเทศไทย ได้รวบรวมผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศไว้ใน Ecosystem เดียวกันอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISPs), ผู้ให้บริการคอนเทนต์ (CPs), ผู้ให้บริการคลาวด์ (CSPs), ธุรกิจเกม, ผู้ให้บริการ Internet Exchange (IXPs), ผู้ให้บริการ Managed Services (MSPs) ตลอดจนผู้ให้บริการ OTT ชั้นนำ ซึ่งสอดคล้องกับโมเดล Carrier Hotel และ Internet Exchange ระดับสากล

นอกจากนี้ การรองรับการเชื่อมต่อแบบ Cross-Connect หรือการเชื่อมต่อสายสัญญาณโดยตรงระหว่างอุปกรณ์ของลูกค้าและผู้ให้บริการภายในศูนย์ข้อมูล ยังช่วยสร้างข้อได้เปรียบสำคัญให้แก่ภาคธุรกิจใน 5 ด้านหลัก ได้แก่

  • Connectivity Ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดในไทย: โครงสร้างพื้นฐานแบบ Carrier-Neutral เปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงทางเลือกที่หลากหลาย และลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการโครงข่าย
  • การเชื่อมต่อประสิทธิภาพสูงด้วยความหน่วงต่ำ: การลดความซับซ้อนของเส้นทางเครือข่าย (Network Hops) ทำให้การรับส่งข้อมูลรวดเร็ว ปลอดภัย และมีความหน่วงต่ำ (Low Latency)
  • เสถียรภาพสูงด้วยมาตรฐาน 99.999% SLA: สนับสนุนการออกแบบระบบแบบ Multi-Homing สามารถสลับเส้นทางข้อมูลได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง รองรับระบบงานสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง
  • ความยืดหยุ่นแบบ Carrier-Neutral: องค์กรสามารถเลือกผู้ให้บริการเครือข่ายได้อย่างอิสระตามความต้องการ เพื่อความคุ้มค่าและรองรับการเติบโตในระยะยาว
  • พร้อมรองรับการเติบโตสู่ระดับโลก: ช่วยให้องค์กรขยายขีดความสามารถด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไปสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก

เคน มิยาชิตะ กรรมการผู้จัดการ Telehouse Thailand เปิดเผยว่า การเชื่อมต่อ (Interconnection) กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญมากยิ่งขึ้นสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในยุค AI ซึ่งความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานจะขึ้นอยู่กับระบบนิเวศ Connectivity Ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้บริการเชื่อมต่อโดยตรงกับพันธมิตร ลดความหน่วง เพิ่มความเสถียร และเร่งการเติบโตทางดิจิทัลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยิ่งมีผู้ให้บริการในศูนย์ข้อมูลมากขึ้น ก็จะยิ่งเสริมสร้างระบบนิเวศนี้ให้แข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบมูลค่าที่เหนือกว่าให้แก่พันธมิตร และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

การเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Interconnection ของ Telehouse ประเทศไทย ในครั้งนี้ จึงเป็นกำลังสำคัญในการเสริมศักยภาพให้แก่กลุ่มองค์กรและผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น Digital Hub สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง

เลอโนโว ดึง ‘เดวิด เบ็คแฮม’ เปิดตัวแคมเปญ Maximum David ขนทัพเทคโนโลยี AI ปฏิวัติประสบการณ์ FIFA World Cup 2026

Scroll to Top