ดีป้า ชี้อุตฯ ดิจิทัลไทยปี 68 พุ่งทะลุ 3.87 ล้านล้านบาท โตยกแผง 5 กลุ่มหลัก บริการดิจิทัลนำโด่ง เตือนวิกฤตขาดแคลนทักษะ AI บัณฑิตจบไม่ตรงสายงาน

ดีป้า ชี้อุตฯ ดิจิทัลไทยปี 68 พุ่งทะลุ 3.87 ล้านล้านบาท โตยกแผง 5 กลุ่มหลัก บริการดิจิทัลนำโด่ง เตือนวิกฤตขาดแคลนทักษะ AI บัณฑิตจบไม่ตรงสายงาน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ร่วมกับ สถาบันไอเอ็มซี เผยผลสำรวจและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัล ประจำปี 2568 พร้อมคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี (2569–2571) โดยพบปรากฏการณ์ขยายตัวพร้อมกันของ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในรอบหลายปี ส่งผลให้มูลค่ารวมทะยานแตะ 3,873,338 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 22.66% โดยมีอุตสาหกรรมบริการดิจิทัลขยายตัวสูงที่สุดที่ 28.04% ขณะที่ประเด็นความท้าทายสำคัญตกอยู่ที่ “ช่องว่างด้านกำลังคนดิจิทัล” ที่ทักษะของบัณฑิตจบใหม่ยังไม่ตรงกับความต้องการจริงของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ระบุว่า การเติบโตในปี 2568 ครอบคลุมทั้ง 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ: มูลค่าสูงสุด 2,288,581 ล้านบาท เติบโต 24.04%
  • โทรคมนาคม: (สำรวจโดย สำนักงาน กสทช.) มูลค่า 789,568 ล้านบาท เติบโต 19.46%
  • บริการดิจิทัล: มูลค่า 470,851 ล้านบาท ขยายตัวสูงสุดที่ 28.04%
  • ซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์: มูลค่า 270,921 ล้านบาท เติบโต 16.08% สูงสุดในรอบหลายปี
  • ดิจิทัลคอนเทนต์: มูลค่า 53,417 ล้านบาท เติบโต 6.00%

สำหรับภาพรวมด้านบุคลากรยังคงขยายตัว โดยกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์มีบุคลากร 189,718 คน (เพิ่มขึ้น 14.82%) กลุ่มฮาร์ดแวร์มี 419,022 คน (เพิ่มขึ้น 36.99% ส่วนหนึ่งจากการขยายกรอบสำรวจหมวดการขายและบริการซ่อมคอมพิวเตอร์) และบริการดิจิทัลมี 92,342 คน (เพิ่มขึ้น 7.15%) อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี AI ได้เริ่มปรับโครงสร้างตลาดแรงงาน โดยสายงานทักษะสูงอย่างการออกแบบระบบและที่ปรึกษายังเติบโตต่อเนื่อง แต่งานกิจวัตรและประมวลผลพื้นฐานเริ่มชะลอตัว พร้อมชี้สัญญาณเตือนปัญหาขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต

กลุ่มซอฟต์แวร์: ตลาดต้องการบุคลากรเพิ่มเฉลี่ย 21,450 คนต่อปี แต่มีบัณฑิตจบตรงสายเพียง 7,247 คน (คิดเป็น 1 ใน 3 ของความต้องการ)

กลุ่มฮาร์ดแวร์: ตลาดต้องการราว 72,700 คนต่อปี แต่มีบัณฑิตจบตรงสายเพียง 7,335 คน

กลุ่มบริการดิจิทัล: แม้จำนวนบัณฑิตจะสูงกว่าความต้องการเชิงปริมาณ แต่ประสบปัญหาขาดทักษะเฉพาะด้าน โดยเฉพาะ AI และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งต้องเร่งแก้ไขเร่งด่วน

รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี เจาะลึกรายอุตสาหกรรมว่า อุตสาหกรรมบริการดิจิทัลสร้างสถิติเติบโตครบทั้ง 8 ประเภทเป็นครั้งแรก แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก Content Commerce ที่ผสานความบันเทิงเข้ากับการขายผ่านวิดีโอและการไลฟ์สด ดันให้ e-Retail พุ่งสู่ 190,799 ล้านบาท (เติบโต 62.93% คิดเป็น 71% ของมูลค่าที่เพิ่มขึ้นทั้งอุตสาหกรรม) ตามด้วย e-Logistics 116,084 ล้านบาท และ FinTech 62,895 ล้านบาท ขณะที่หมวดเติบโตเร็วที่สุดคือ EdTech พุ่งถึง 66.15%

ขณะที่กลุ่มฮาร์ดแวร์ได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์โลก และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI กับดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก ส่งผลให้การส่งออกแตะ 1,694,519 ล้านบาท (เติบโต 38.79%) โดยเฉพาะการส่งออกคอมพิวเตอร์โต 119.36% และอุปกรณ์ต่อพ่วงโต 92.24% จากการเร่งสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ บังคับใช้ (Front-loading) ด้านการนำเข้ามีมูลค่า 594,062 ล้านบาท แม้ภาพรวมลดลง 4.81% แต่การนำเข้าคอมพิวเตอร์ยังโต 62.30% ตามดีมานด์เซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI

ด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ แบ่งเป็นตัวซอฟต์แวร์ 103,664 ล้านบาท (โต 17.63%) และบริการซอฟต์แวร์ 167,257 ล้านบาท (โต 15.15%) มีการผลิตเพื่อใช้ในประเทศ 197,551 ล้านบาท (โต 14.31%) ส่งออก 2,769 ล้านบาท (โต 5.47%) และนำเข้า 70,601 ล้านบาท (โต 21.86%) การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าองค์กรไทยก้าวข้ามช่วงทดลองสู่การใช้งาน AI และคลาวด์จริง รวมถึงการเร่งลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของคลาวด์ระดับโลกในไทย

สำหรับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ส่งผลให้เกิดการเร่งส่งออกระยะสั้น แต่สร้างความไม่แน่นอนต่อคำสั่งซื้อในปี 2569 ถึงกระนั้น ยังเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยสามารถดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงที่กระจายฐานการผลิตออกมาได้

แนวโน้ม 3 ปีข้างหน้า (2569–2571) คาดว่าอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะจะเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงสุดที่ 20.0% ต่อปี ตามด้วยบริการดิจิทัล 15.6% ต่อปี ซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ 10.8% ต่อปี ดิจิทัลคอนเทนต์ 5.8% ต่อปี และโทรคมนาคม 3.5% ต่อปี ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว