เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน (Xiaomi) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่งและดีเกินความคาดหมายของตลาด โดยสร้างรายรับรวมสูงถึง 99.1 พันล้านหยวน และมีกำไรสุทธิที่ปรับแล้วอยู่ที่ 6.1 พันล้านหยวน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจหลัก (สมาร์ทโฟน × AIoT) พุ่งทะยานเกือบ 200% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความสำเร็จอย่างโดดเด่นจากกลยุทธ์ “Human x Car x Home”
ความสำเร็จในไตรมาสนี้ ขับเคลื่อนโดย 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย:
1. ธุรกิจสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม สร้างรายรับได้ 44.3 พันล้านหยวน จากยอดจัดส่งทั่วโลก 33.8 ล้านเครื่อง ส่งผลให้เสียวหมี่ครองอันดับผู้จัดส่งสมาร์ทโฟนสูงสุด 3 อันดับแรกของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 23 ติดต่อกัน ด้านกลยุทธ์การยกระดับสู่ตลาดพรีเมียม (Premiumization) ประสบความสำเร็จอย่างสูง ดันราคาเฉลี่ย (ASP) ของสมาร์ทโฟนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 8.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แตะระดับสูงสุดที่ 1,310 หยวน โดยสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมคิดเป็นสัดส่วนถึง 23.5% ของยอดขายทั้งหมดในจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว Xiaomi 17 Max ในเดือนพฤษภาคมเพื่อเสริมทัพผลิตภัณฑ์ระดับเรือธง
2. ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV) และธุรกิจใหม่ สร้างรายรับเติบโต 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แตะระดับ 19.9 พันล้านหยวน มียอดส่งมอบรถยนต์ใหม่รวม 80,856 คัน โดย New-Generation Xiaomi SU7 ที่เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2569 มียอดคำสั่งซื้อที่ยืนยันแล้วทะลุ 80,000 คัน และมียอดส่งมอบสะสมกว่า 26,000 คัน ขณะที่ Xiaomi YU7 Series มียอดส่งมอบสะสมสูงถึง 232,000 คัน ภายในเวลาเพียง 10 เดือนหลังเปิดตัว
นอกจากนี้ เสียวหมี่ได้ขยายไลน์อัปด้วยการเปิดตัว Xiaomi YU7 Standard Edition และ Xiaomi YU7 GT ซึ่งรุ่น GT สามารถทำสถิติเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดสำหรับรถ SUV บนสนาม Nürburgring Nordschleife ด้วยเวลา 7 นาที 22.755 วินาที คว้าอันดับหนึ่งของโลกในสนามระดับตำนานได้สำเร็จ ปัจจุบันเสียวหมี่มีศูนย์จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรวม 490 แห่ง ครอบคลุม 143 เมืองทั่วจีนแผ่นดินใหญ่
3. ธุรกิจ IoT ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ และบริการอินเทอร์เน็ต ทำรายรับรวมอยู่ที่ 24.7 พันล้านหยวน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงที่ 25.2% ขณะที่รายรับจากตลาดต่างประเทศเติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จากความต้องการที่แข็งแกร่งของ แท็บเล็ต โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยยอดจัดส่งแท็บเล็ตติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 ส่วนอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะมียอดจัดส่งเป็นอันดับ 3 ของโลก และหูฟังไร้สาย TWS อยู่อันดับ 2 ของโลก
ปัจจุบัน แพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป) พุ่งสูงถึง 1,118.7 ล้านอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 18.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ด้านบริการอินเทอร์เน็ตสร้างรายรับได้ 9.5 พันล้านหยวน โดยมีรายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในจีนแผ่นดินใหญ่ทำสถิติสูงสุดใหม่ และมีจำนวนผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ในจีนแผ่นดินใหญ่แตะระดับ 195.8 ล้านราย
อัดงบวิจัยและพัฒนา (R&D) ขับเคลื่อน AI เต็มสูบ
เสียวหมี่เพิ่มค่าใช้จ่ายด้าน R&D ในไตรมาสแรกขึ้น 33.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) สู่ระดับ 9.0 พันล้านหยวน โดยมีบุคลากรด้าน R&D รวม 26,048 คน พร้อมประกาศแผนลงทุนด้าน AI อย่างน้อย 16 พันล้านหยวนในปีนี้ และตั้งเป้าลงทุนรวมทะลุ 60 พันล้านหยวนภายใน 3 ปีข้างหน้า
ในด้านพัฒนาเทคโนโลยี เสียวหมี่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนา Foundation Model โดย Xiaomi MiMo-V2.5-Pro คว้าอันดับ 1 ของโลกในกลุ่ม open-source models บนดัชนี Artificial Analysis Intelligence Index และ Agentic Index และได้เปิดตัวซีรีส์นี้อย่างเป็นทางการภายใต้ MIT License นอกจากนี้ยังได้เปิดทดสอบระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Xiaomi miclaw บนหลากหลายอุปกรณ์ และในส่วนเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Embodied Intelligence) หุ่นยนต์ humanoid ของเสียวหมี่ได้เข้าสู่สายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV Factory) เพื่อเริ่มฝึกปฏิบัติงานจริงแล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา Physical AI เพื่อยกระดับระบบนิเวศ “Human × Car x Home” ให้สมบูรณ์แบบ
–หัวเว่ย คลาวด์ หนุน School Bright สู่แพลตฟอร์มการศึกษาอัจฉริยะ ลดงานเอกสารครูได้ถึง 90%






